ไม่เพียงแต่มีดเล่มนั้นเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนต่างตกใจ แต่พลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอวิ๋นหวงนั้นก็ทำให้ผู้คนตกใจจนแทบจะฟันหลุดเช่นกัน
ราชาแห่งภูตระดับห้า ช่างวิปริตเกินไปแล้ว!
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “สาวน้อยผู้นี้มีพลังแข็งแกร่งกว่าในข่าวที่ข้าได้รับมา อวี้ลำบากแล้ว! ”
น่าหลานอวี้ขมวดคิ้วมุ่น เจอคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยากเขาแล้วสิ
กลิ่นอายอันตรายพุ่งขึ้นสู่บนท้องฟ้าอย่างน่าสะพรึงกลัว ทั่วทั้งเวทีประลองคล้ายกับเป็นสนามรบสะท้านฟ้าก็มิปาน บรรยากาศก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันใด
ดูเหมือนจะไม่ใช่การประลองยุทธ์ของอัจฉริยะทั่วไปแล้ว แต่เหมือนกับการต่อสู้เพื่อคร่าความตายมากกว่า
ทุกคนเห็นเช่นนี้ต่างก็ตกตะลึง “แม่สาวน้อยผู้นี้กล้าหาญเกินไปแล้ว! นางเป็นใครกันแน่? ในเซี่ยโจวของพวกเรามีอัจฉริยะผู้บำเพ็ญภูตที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ข้าได้ยินมาว่า นางเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของสำนักอวิ๋นเยียนเชียวนะ นางคือคุณหนูอวิ๋นหวง”
“ที่เป็นความภาคภูมิใจของสำนักคู่กับคุณหนูอวิ๋นเฟิ้งยังไงเล่า! ”
เมื่อได้ยินชื่อที่ทำให้อวิ๋นหวงมีความอ่อนไหวมาก กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาของอวิ๋นหวงนั้นก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ
พี่อวิ๋นเฟิ้ง เจ้าช่างเป็นคนที่น่ารำคาญใจยิ่งนัก!
ดวงตาใสดุจดั่งหยดน้ำคู่นั้นกลับดูอันตรายอย่างแปลกประหลาด เผชิญหน้ากับสาวน้อยผู้วิปริตเช่นนี้ น่าหลานอวี้ก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด
เขาเผชิญหน้ากับ