มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “แล้วฝ่าบาทคิดจะทำยังไงเพคะ? ”
“ข้าจะแสร้งทำเป็นป่วย ปล่อยให้พวกนั้นทำตามใจไปก่อน แต่อ้าวเซี่ยในฐานะที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเชียน ก็ต้องเข้าไปในดินแดนลึกลับของเซี่ยโจวด้วย” ฮ่องเต้เหวินเต๋อกล่าว
“ในดินแดนลึกลับเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย! พระองค์กำลังจะให้คนที่ไม่มีพลังวิญญาณใดใดอย่างเขาเข้าไปเสี่ยงอันตราย” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วพลางกล่าว
“แต่ก็ยังมีเจ้าไปด้วยไม่ใช่เหรอ? ” ฮ่องเต้เหวินเต๋อหรี่ตายิ้มมองมู่เฉียนซี
ถึงแม้ว่าหน้าตาของฮ่องเต้เหวินเต๋อกับเชียนอ้าวเซี่ยนั้นไม่เหมือนกันเลยสักนิด ทว่าความกะล่อนปลิ้นปล้อนของเขาสองคนนั้นเหมือนกันไม่มีผิด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “การเข้าไปในดินแดนลึกลับของราชวงศ์แคว้นเฉียนเซี่ย ข้าไม่ได้ไปเที่ยวชมภูเขาและท้องน้ำนะ ไม่อยากแบกภาระ”
“แต่ว่า อ้าวเซี่ยบุตรชายของข้ามีสายเลือดที่บริสุทธิ์ที่สุดของตระกูลเชียน ซึ่งเขาอาจจะมีประโยชน์มาก! ” ฮ่องเต้เหวินเต๋อโดนเหยื่อออกมา
“ไม่ได้ ให้เขาอยู่ในวังเถอะ! หากตายในดินแดนลึกลับขึ้นมาเดี๋ยวจะไม่มีคนเก็บศพ” มู่เฉียนซียังคงปฏิเสธ แต่ฮ่องเต้เหวินเต๋อก็ไม่ได้โกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด เขากล่าวว่า “เส้นปราณของอ้าวเซี่ยขาดตั้งแต่กำเนิด ตัวข้าเองก็พยายามหาวิธีรักษามานับไม่ถ้วนแล้ว แต่ก็ยังไร้ซึ่งหนทางรักษา แคว้นเฉียนเซี่ยเป็นหลักในการปกครองเซี่ยโจว สำนักอวิ๋นเยียนก็คอยแต่จับจ้องตาเป็นมัน เรื่องที