เชียนอ้าวเซี่ยเป็นองค์รัชทายาท ต่อให้เขาไร้พลังความแข็งแกร่ง เขาก็ยังเป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเฉียนเซี่ยอยู่ดี
บัดนี้ฮ่องเต้เหวินเต๋อทรงพระประชวรอย่างหนัก องครักษ์เป็นคนสนิทของเขา แน่นอนว่าต้องเชื่อฟังองค์รัชทายาทอยู่แล้ว
“ทุกท่าน ท่านแม่ เชิญ! ”
“เชียนอ้าวเซี่ย เจ้าบังอาจยิ่งนัก! ”
“เชียนอ้าวเซี่ย จะ เจ้า……เพื่อผู้หญิงคนเดียวถึงกับกล้าทำกับพวกเราถึงเพียงนี้เลยรึ! ”
“……”
ไม่ว่าพวกเขาจะดุด่าต่อว่าอย่างไร พวกเขาก็ยังคงโดนขับไล่อย่างไร้ความปรานีอยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อว่า “ดูเหมือนครอบครัวจะมีญาติเยอะนะ ครึกครื้นเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร! ”
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “พวกเขาไม่ใช่ญาติของข้า ญาติสนิทข้ามีเพียงเสด็จพ่อคนเดียวเท่านั้น” เขาก้มศีรษะลง ดวงตาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี ครู่หนึ่งใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลออกมา “แต่ถ้าหากเสี่ยวซีซีต้องการจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็ได้นะ เพิ่มคนในครอบครัวมาคนนึง จากนั้นก็มีเพิ่มอีก เอาไหมข้าไม่ถือ! ”
“ไสหัวไป! ” น้ำเสียงของมู่เฉียนซีไม่ค่อยดีนัก
นางหันกลับมาและเดินเข้าไปในห้องบรรทมของฮ่องเต้เหวินเต๋อ
ฮ่องเต้เหวินเต๋อนอนเอนกายอยู่บนแท่นพระบรรทม ท่วงท่าดูเหมือนกำลังบรรทมอยู่ปกติ ส่วนการหายใจก็ปกติดี แทบจะดูไม่ออกว่ากำลังประชวรหนัก
เมื่อมูเฉียนซีจับชีพจรเสร็จ นางก็กล่าวขึ้นว่า “เสด็จพ่อของเจ้าโดนพิษกู่! กู่วิญญาณ