“แน่นอนว่าผู้ชนะงานประลองปรุงยาร้อยปีของทวีปเซี่ยโจวของพวกเราคือสาวน้อยมู่เฉียนซี”
“เป็นสาวน้อยผู้นั้น!”
ผู้นํากลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรคิดว่าสาวน้อยคนนั้นล่วงเกินผู้อาวุโสที่สี่แห่งหุบเขาหมอเทวดา คงต้องแทบจะเอาชีวิตไม่รอด
อย่าได้มองว่าคนของหุบเขาหมอเทวดาอ่อนแอ ความจริงแล้วพวกเขาล้วนเป็นผู้นำที่โหดเหี้ยม
ดูเหมือนว่าสาวน้อยที่ดื้อรั้นผู้นี้จะยอมประนีประนอมแล้ว และผู้นํากลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรก็เดินเข้าไปหานางด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “สาวน้อยมู่ ในที่สุดเจ้าก็มา ข้ายังกังวลว่าข้าจะหาคนรับรางวัลไม่เจอ”ในเมื่อสาวน้อยคนนี้กลายเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสที่สี่แห่งหุบเขาหมอเทวดา แน่นอนว่าไม่สามารถล่วงเกินได้ นอกจากนี้ศิษย์คนอื่น ๆ ของผู้อาวุโสที่สี่ก็ตายไปแล้ว ตอนนี้สถานะของมู่เฉียนซีต้องสูงมากเป็นแน่ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ต้องประจบสอพลอนางมู่เฉียนซีมองผู้นํากลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรที่ยิ้มเสมือนสุนัขจิ้งจอกเฒ่า นางพอจะเดาได้ถึงแผนของชายผู้นี้ถึงอย่างไรผู้อาวุโสที่สี่ก็ไล่ตามจวินโม่ซีและออกจากทวีปเซี่ยโจวไปแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ก็ตายไปจนหมดโดยไม่มีหลักฐาน นางจึงใช้ชื่อหุบเขาหมอเทวดาเพื่อข่มขู่เจ้าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ”“ได้ เชิญด้านใน เชิญเจ้าด้านใน…”มู่เฉียนซีกล่าวอย่างสุภาพ “ตอนนี้ข้าเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของกลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรของพวกเจ้าแล้ว”“แน่นอน”