็นฟืนเป็นไฟจนใบหน้าแดงก่ำ
ไอ้คนพวกนี้มันทำเกินไปจริง ๆ!
นักปรุงยาคนอื่น ๆ ต่างก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าไปทีละคน ๆ และก่อนการแข่งขันจะสิ้นสุดลง มู่เฉียนซีก็หลอมยาระดับเก้าออกมาได้สำเร็จ
“สาวน้อยมู่ รีบเอายาวิญญาณของเจ้ามาให้ข้าดูเร็วเข้า” ในตอนนี้หัวหน้าพันธมิตรนักปรุงยาหันไปมองมู่เฉียนซี สายตาที่มองไปนั้นดูสนิทสนมยิ่งกว่าหลานสาวของเขาอีก
สาวน้อยผู้นี้จะแพ้หรือชนะนั้น ย่อมเกี่ยวข้องกับหน้าตาของกลุ่มพันธมิตรนักปรุงยาทั้งหมด!
มู่เฉียนซีพยักหน้าตอบรับ “อืม! ”
หัวหน้าพันธมิตรเห็นยาวิญญาณที่อยู่ในมือก็ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีอยากจะตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนดุก่อน ทว่าจู่ ๆ เสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาว่า “เอายานั่นมาให้ข้าดูหน่อย”
หัวหน้าพันธมิตร “อืม! ”
ผู้อาวุโสสี่เห็นยาวิญญาณในมือก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เป็นไปได้ยังไง? ”
“ท่านอาจารย์ ยาวิญญาณเม็ดนี้มีอะไรผิดแปลกไปหรือไม่ขอรับ? ”
“ก็แค่ยาระดับเก้าเม็ดนึงไม่ใช่หรอกรึ? ”
ผู้อาวุโสสี่กล่าวเสียงขรึมว่า “พวกเจ้าทุกคนหุบปาก! ”
โดนผู้อาวุโสสี่ดุเช่นนี้ พวกเขาจึงไม่กล้าปริปากเปล่งเสียงพูดแต่อย่างใด หลังจากที่ผู้อาวุโสสี่ตรวจสอบเม็ดยาวิญญาณเม็ดนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว จากนั้นก็ค่อย ๆ หันไปมองมู่เฉียนซี
“ฝีมือเจ้านับว่าไม่เลวเลยทีเดียว! ”
โดยปกติแล้วน้อยมากที่ผู้อาวุโสสี่จะเอ่ยปากชมเชยใคร ต่อให้เป็นเหล่าอัจฉริยะของหุบเขาหมอเทวดาก็น้อยมากที่จะ