เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็จะไม่ปิดบังอีกต่อไป “เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนต้องการควบคุมกลุ่มพันธมิตรนักปรุงยามาโดยตลอด กลุ่มพันธมิตรย่อยในหลายพื้นที่ของเซี่ยโจว ก็ถูกควบคุมโดยสำนักอวิ๋นเยียนแล้ว ครานี้สำนักอวิ๋นเยียนส่งอวิ๋นฉีมาเป็นตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรนักปรุงยาเฟิงตู เพื่อที่จะเข้าร่วมงานประลองใหญ่ อวิ๋นฉีผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย เขาเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งของสำนัก อีกทั้งยังเป็นศิษย์ใหญ่สายตรงของผู้อาวุโสหกแห่งสำนักอวิ๋นเยียนด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าว “แต่ว่าข้ามีเรื่องสำคัญมากที่ต้องทำ คงไม่มีเวลาเข้าร่วมงานนี้ มิเช่นนั้นข้าก็คงจะร่วมสนุกกับงานปรุงยาครั้งนี้แล้ว”
“เรื่องสำคัญมากที่เจ้าบอก ใช่การตามหาสมุนไพรวิญญาณหรือไม่? ”
“ใช่! ”
“ในฐานะที่ข้าเป็นรองผู้นำกลุ่มพันธมิตรนักปรุงยาแห่งเฟิงตู ข้าได้เดินทางท่องไปทั่วแผ่นดินเซี่ยโจว ตามหาสมุนไพรวิญญาณมาก็ไม่น้อย แต่สมุนไพรวิญญาณที่เจ้ากล่าวถึงนั้น ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย การหาสมุนไพรวิญญาณที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ใช่ว่าจะหาเจอเพียงชั่วข้ามคืน ข้าว่าเจ้า……”
“แต่ข้ารีบใช้”
เดิมทีรองผู้นำเย่ต้องการเชิญชวนมู่เฉียนซีอย่างแนบเนียน แต่โดนมู่เฉียนซีกล่าวปฏิเสธเสียก่อน รองผู้นำเย่จึงกล่าวว่า “ครั้งนี้ สาเหตุที่ศิษย์ของสำนักอวิ๋นเยียนมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากที่จะเข้าร่วมงานประลองใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะข่าวประกาศของแคว้นเฉียนเซี่ย ครั้งนี้นักปรุงยาที่ชนะสิบอันด