ก”
“ท่านเป็นถึงนายท่านมู่ของหอเชียนอิน ต่อให้พวกเรามีความกล้าหาญเพียงใดก็ไม่กล้าคิดค่าตอบแทนจากนายท่านมู่หรอกขอรับ! ”
“การค้าก็คือการค้า! ”
“ไม่ได้เด็ดขาดขอรับ หากนายท่านรู้เรื่องนี้เข้า มีหวังเอาพวกเราตายแน่ขอรับ”
“ไม่ต้องกลัว เขาสู้พวกเจ้าไม่ได้หรอก”
“นายท่านก็คือนายท่าน ต่อให้สู้ไม่ได้ก็ยังเป็นนายท่านอยู่วันยังค่ำ”
มู่เฉียนซีเอายาระดับแปดออกมาสามขวดวางให้เป็นค่ามัดจำเพื่อให้พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจในการตามหาดอกเก้าพิฆาตลึกลับ
ผู้ดูแลหอเชียนอินกล่าวว่า “รีบแจ้งให้นายท่านทราบว่านายท่านมู่อยู่ที่แคว้นหนานเถิง”
“เจ้าคิดว่านายท่านจะไม่รู้เหรอ? ”
“ห๊ะ? นายท่านรู้ แล้วทำไมถึง……”
“เรื่องนี้คงต้องไปถามนายท่านเองแล้วหล่ะ พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน! ”
วันต่อมา มู่เฉียนซีได้รับข่าวการประลองฝีมือการปรุงยาในกลุ่มพันธมิตรนักปรุงยาของเมืองเฟิงตู มู่หรงรุ่ยมารับมู่เฉียนซีด้วยความตื่นเต้น ระหว่างทางนางได้กล่าวว่า “อาจารย์ ท่านต้องทำให้เจ้านั่นหน้าหายไปเลยนะ”
ทันทีที่ย่างเท้าเข้าไปที่กลุ่มพันธมิตรนักปรุงยา มู่เฉียนซีก็เห็นอวิ๋นฉีทำหน้าตาบูดบึ้ง เขาจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาเคียดแค้นและไม่พอใจ “สาวน้อย เจ้าอย่าเพิ่งดีใจเร็วไป ครั้งก่อนเจ้าลอบเล่นงานข้า การประลองปรุงยาครั้งนี้ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน”
เขาเกิดมาในสำนักนิกายระดับหนึ่งอย่างสำนักอวิ๋นเยียน ได้ฝึกฝนการปรุงยามาตั้งแต่เด็ก ๆ จากอา