ึกเพียงแต่ว่าหัวของนางนั้นแทบจะระเบิดออกมา สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นขาวซีด
ในตอนนี้เอง เสียงที่มีความยโสอย่างมากเสียงหนึ่งก็ได้ลอยมา “พวกเจ้าขวางทางของข้าเข้าแล้ว”
— พรืด! —
เมื่อเสียงนั้นลอยมา ก็มีพลังจิตพลังหนึ่งลอยมาพร้อมกันด้วยและมุ่งไปที่อวิ๋นฉี
เหมือนกับว่าอวิ๋นฉีนั้นไม่ได้รู้สึกถึงจิตสังหารอันใด จึงไม่ได้ป้องกันอย่างเต็มที่ แต่เมื่อตอนที่มันเข้าไปใกล้เขานั้น พลังจิตนั้นก็กลับกลายเป็นอันตรายอย่างหาใดเปรียบไม่ได้
“พรวด!” อวิ๋นฉีได้รับบาดเจ็บอย่างหนักในทันใด พลังจิตเขามลายหายไป เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่งแล้วจึงสลบไป
ซือหม่าเจียวกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวทันที “ใคร ? เจ้าเป็นใครเผยตัวออกมา!”
ดวงตาทั้งสองข้างของนางที่มีไฟลุกโชน กวาดมองไปยังเงาร่างสีม่วงนั้น นั่นคือสตรีที่มีรูปโฉมที่ทำให้นางอิจฉาแทบบ้า “เป็นเจ้าเองรึ ? เจ้ากล้าลอบทำร้ายพี่ชายอวิ๋นเช่นนี้ได้อย่างไร ? โอหังนัก!”
มู่เฉียนซีโบกมือไปมาอย่างรำคาญใจ “เจ้าบอกว่าข้าลอบทำร้ายท่านผู้นี้ มีหลักฐานหรือไม่ล่ะ ? หากไม่มีเจ้าก็อย่าได้มากล่าววาจามั่วซั่วกับข้า”
ในตอนนี้มู่หรงรุ่ยถูกมู่เฉียนซีทำให้ตกใจอีกครั้ง ที่ในป่าหนานอู้นั้น นางฆ่าบุคคลระดับราชาได้ในพริบตาก็ว่าร้ายกาจมากพอแล้ว นึกไม่ถึงว่าเพียงพลังจิตก็สามารถบดขยี้นักปรุงยาระดับสูงเช่นอวิ๋นฉีได้
สมแล้วที่เป็นอาจารย์ที่นางตั้งใจอยากเป็นลูกศิษย์ ช่างร้ายกาจจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ยังชั