ี่ข้าอยากจะร่วมมือกับแม่นางตัวน้อย”
คนผู้นี้ร้ายกาจมาก เพียงเวลาแค่ไม่นานก็สามารถจับจุดได้อย่างชัดเจน จากนั้นก็ใส่ยารักษาโรค
มู่หรงรุ่ยกล่าวว่า “ท่านอาเย่ ท่านอย่าได้รังแกอาจารย์ของข้า นี่คืออาจารย์ของข้า ข้าตั้งใจเอาไว้แล้ว ท่าน…”
“ข้าจะไปรังแกนางได้เช่นไรเล่า หากเจ้าไม่วางใจก็มาด้วยกันได้” รองผู้นำเย่กล่าวขึ้น
รองผู้นำเย่เชิญมู่เฉียนซีเข้าไปในห้องทำงานของเขา เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “จริง ๆ แล้วข้านั้นอยากจะขอความช่วยเหลือจากเจ้า”
“ขอความช่วยเหลือ…? ท่านเป็นถึงรองผู้นำกลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรแห่งเมืองเฟิงตู มาขอความช่วยเหลือจากข้าที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัด ท่านรองผู้นำเย่ ท่านแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจอะไรผิด” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าวขึ้น
“ได้ยินมาว่าเจ้าใช้พลังจิตโจมตีทำให้อวิ๋นฉีได้รับบาดเจ็บหรือ ?” รองผู้นำเย่ไม่ตอบคำถามนาง เขาถามกลับ
“ใช่”
“เช่นนั้นแล้วทักษะการปรุงยาของเจ้าน่าจะสูงกว่าอวิ๋นฉี”
“เขาก็แค่สวะเท่านั้น เรื่องการปรุงยา ข้าจะไปด้อยกว่าเขาได้อย่างไร ?”
สำหรับเรื่องการปรุงยาแล้ว มู่เฉียนซีนั้นทั้งมั่นใจและทะนงตน กล่าวได้เลยว่านางนั้นยโสจนไม่เห็นผู้อื่นในสายตา
รองผู้นําเย่ยิ้ม กล่าวว่า “เจ้ายังไม่ทันได้เห็นยาที่อวิ๋นฉีปรุง ก็มั่นใจเช่นนี้แล้ว”
“ไม่จำเป็นต้องดู ยาเหมือนดั่งคน เมื่อเห็นคนก็มองทั้งหมดได้อย่างชัดเจนแล้ว”
รองผู้นําเย่ยิ้มเช่นเคย “ฮ่า ๆ ๆ เป็นสาวน้อยที่มั่นใจและเก่งกาจจริง