ี่เขาได้ก้าวข้ามผ่านขั้นนี้ไปนั้น เขาใช้เวลาตั้งเกือบสิบปี แต่สาวน้อยผู้นี้เลื่อนระดับขั้นได้อย่างรวดเร็ว ช่างน่าอิจฉาเสียจริง
“ในเมื่อก้าวข้ามไปหลายระดับเช่นนี้ เจ้า… เจ้าได้ผ่านด่านไปถึงชั้นที่ห้า ไม่สิ… ชั้นที่หก…”
อวิ๋นฮวารู้สึกเหลือเชื่อ เขาพ่ายแพ้ในชั้นสอง แต่สาวน้อยผู้นี้เพิ่งพ้นภาวะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่นานกลับผ่านไปได้ถึงชั้นที่หก
อวิ๋นฮวาจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยแววตาดุร้าย “แม่สาวน้อยเฉียนซี กลับไปสำนักอวิ๋นเยียนกับข้าเสียดี ๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัว เจ้ามีความสามารถเช่นนี้ ยังจะกลัวว่าเจ้าสำนักจะเลี้ยงดูไม่ดีอีกหรืออย่างไร ?”
มู่เฉียนซี “ข้าไม่สนใจ”
“สายฝนหลั่งบุปผา!”
“สุราเคารพไม่ดื่ม ดื่มสุราลงโทษ…!” อวิ๋นฮวาสบถเสียงต่ำ
พลังวิญญาณของระดับจักรพรรดิเริ่มปลดปล่อยออกมา ลมในฝ่ามือของเขาที่เหมือนใบมีดพุ่งไปทางมู่เฉียนซีอย่างดุดัน
ร่างสีม่วงของมู่เฉียนซีรีบหลบหลีกไป พลังภูตวารีของนางกระจายอยู่รอบบริเวณ “กำแพงวารี!”
“มังกรวารีสะท้านสวรรค์!”
— ครืนนนนน! —
มู่เฉียนซีโต้กลับอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงถูกอวิ๋นฮวาป้องกันเอาไว้ได้เช่นเดิม
อวิ๋นฮวา “แม่สาวน้อย ถึงแม้เจ้าจะเป็นราชาแห่งภูตระดับเก้าแล้ว แต่ราชาแห่งภูตก็คือราชาแห่งภูต คิดที่จะสู้กับข้า เจ้ายังอ่อนแอเกินไป นอกจากนี้พลังของเจ้ายังมาจากเจดีย์เทพ เจ้าต้องการระยะเวลาหลอมรวมพลัง ตอนนี้เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”
“งั้นรึ ?” สายตาข