ตั้งแต่ตอนแรกที่มู่เฉียนซีได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเทพได้ในขั้นพื้นฐาน เมื่อขึ้นไปถึงครึ่งทางของภูเขานางก็ฝึกฝนเคล็ดวิชาเทพได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์
เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยงงงง!
ไม่ว่าสายฟ้าสีม่วงจะฟาดลงมาใส่ร่างของมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่งเพียงใด มู่เฉียนซีก็ไม่ได้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
กลไกวิญญาณไร้คำพูดกับนางจริง ๆ “วิปริต วิปริตไปแล้ว วิปริตจนคนทั่วไปไม่อาจตัดสินได้เลยว่าวิปริตเพียงใด! ”
เปรี๊ยงงงง!
ในขณะที่ร่างชุดม่วงกระโดดขึ้นไปบนยอดเขานั้น เคล็ดวิชาเทพระดับแรกนั้นมู่เฉียนซีได้ฝึกฝนจนสำเร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว
ตูมมมมมม!
ท่ามกลางสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างน่าสะพรึงกลัว มู่เฉียนซีกลับยืนอยู่บนยอดเขาด้วยความภาคภูมิใจ ใบหน้าที่งดงามและไร้ที่ตินั้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดีอกดีใจเป็นอย่างมาก นางก้มหน้าลงและยื่นมือไปจับผลวิญญาณรูปวงรีนั้น
“ผลกำเนิดเก้าวิญญาณ ฟ้าดินย่อมให้ความเป็นธรรมต่อผู้ที่มีจิตใจดีงาม ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอจนได้’
ในตอนนี้นางไม่ได้มีความโหดเหี้ยมเหมือนตอนที่พรวดขึ้นไปบนภูเขาแต่อย่างใด นางค่อย ๆ เก็บผลกำเนิดเก้าวิญญาณด้วยความอ่อนโยน
หลังจากที่นางได้เก็บผลกำเนิดเก้าวิญญาณเสร็จ ร่างในชุดสีม่วงของนางนั้นกับสายฟ้าสีม่วงบนท้องฟ้าก็เหมือนกับจะรวมเข้าด้วยกัน และไม่นานนักนางก็ลงมาถึงตีนเขา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “กลไกวิญญาณ ข้าได้ในสิ่งที่ข้าต้องการแล้ว เจ้าส่งข้ากลับเถอะ! ”
กลไกวิญญาณกล่าวถามว่า “เจ้าได้