เอ้า! ไปก็ไป”
มู่เฉียนซีมุ่งหน้าไปที่ชั้นหก เบื้องหน้าของนางเต็มไปด้วยหมอกสีขาวหนาและไม่มีอะไรอื่นเลย
“ให้ตายเถอะ เหตุใดข้าถึงรู้สึกง่วงนักนะ…” มู่เฉียนซีรู้สึกง่วงนอนอย่างไม่อาจต้านทานได้ นางล้มลงกับพื้นและหลับไปในทันที
นางนั้นหลับใหลไป…
หลับไป…
…
— กริ๊งง! —
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มู่เฉียนซีที่ปิดประตูไม่รับแขกมานานเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนกดวางสายทิ้งอย่างรำคาญใจ ตอนนี้ไม่ว่าใครก็อย่าได้รบกวนนางที่กำลังพักผ่อนเลย
— กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! —
เมื่อโทรศัพท์ยังคงดังขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง มู่เฉียนซีจึงจำต้องรับสายอย่างหงุดหงิดและถามขึ้นว่า “ใครคะ ?”
“หมอปีศาจ! ตอนนี้มีงานด่วน คุณต้องรีบช่วยชีวิตคนไข้ด่วน!”
“ถึงจะมีงานแต่ก็ต้องรอพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”
“แต่คนไข้ใกล้จะตายแล้ว คุณก็น่าจะ…”
“ใกล้ตายแล้ว ถ้างั้นพวกคุณก็คิดหาวิธีทำให้เขาหอบเอาลมหายใจไว้ให้ถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าหากว่าตายก็ถือว่าเป็นความผิดของพวกคุณ แต่ถ้าหากว่ารอดมา แน่นอนว่ารวยแน่”
“นั่น… เราทำไม่ได้”
“ทำไม่ได้ก็ติดต่อผู้รับจัดงานศพซะเถอะ! ฉันไม่คุยด้วยแล้ว!”
— ตื๊ด! —
มู่เฉียนซีวางสายทิ้ง และนอนแผ่อยู่บนเตียงอีกครั้ง
…
มู่เฉียนซีลืมตาโพลงอย่างกะทันหัน นางมีความฝันที่แปลกมาก
มีกลิ่นอายโบราณ และยังมีเรื่องผู้นำตระกูลอะไรอีก… และยังมีชายตาบอดคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็น ชายตาบอดที่ดูอบอุ่น…
การทำงานแบบเจ็ดวันเจ็ดคืนนั้นไม่ใช่ข้อ