มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ตกลง งั้นส่งข้าไปชั้นที่สองเถอะ! ”
ระดับความยากในแต่ละชั้นของเจดีย์เทพหนานอู้นั้นล้วนแต่จัดเรียงตามลำดับความแข็งแกร่งของผู้ที่เข้ามาทดสอบ แน่นอนว่าผู้ที่มีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดินั้นถูกส่งไปทดสอบแล้ว
ในขณะที่มู่เฉียนซีเข้าไปในชั้นที่สอง จักรพรรดิเซี่ยกับอวิ๋นฮวายังคงต่อสู้อย่างสุดความสามารถอยู่เลยเทพพิทักษ์ดินแดนที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้นแข็งแกร่งกว่าของมู่เฉียนซีมาก อีกอย่างพวกเขาก็ไม่มียาวิญญาณฟื้นฟูพลังมากมายเฉกเช่นดั่งมู่เฉียนซี แค่คิดก็รู้แล้วว่าน่าเวทนาเพียงใดจุดอ่อน พวกเขาทั้งสองได้หาจุดอ่อนแล้วตั้งหลายครั้งหลายครา แต่ก็ยังไร้ผลและตอนนี้มู่เฉียนซีก็มาถึงชั้นที่สองแล้ว “ตราบใดที่เจ้าอดทนการโจมตีขอนกอินเสินได้เป็นเวลาสามชั่วยาม เจ้าก็จะผ่านด่านนี้ไป”“ไม่จำเป็นต้องชนะ ขอเพียงแค่เจ้าอดทนและยืนหยัดต่อไปให้ได้” มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ถึงกับตกใจผงะไปครู่หนึ่ง กติกานี้ดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าชั้นแรกมาก ทว่า นางมีลางสังหรณ์อยู่ว่าหากทดสอบจริง มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด“โฮ่ก! ” เสียงดังทะลุตัดผ่านอากาศ และกลุ่มนกตัวขนาดเท่าหัวแม่มือกลุ่มหนึ่งก็โบยบินออกมา ในขณะที่พวกมันบินมานั้น มันก็ส่งเสียงอันแหลมคมออกมาด้วย ซึ่งเสียงนี้ทำให้คนที่ได้ยินถึงกับมีความรู้สึกบ้าคลั่งขึ้นมาได้เลยปังทันทีที่มันโจมตีด้วยเสียง มันก็โจมตีทางกายด้วยการโจมตีของมันราวกับเม็ดฝนที่ตกปรอย ๆ