เฉียนซีนั้นรู้แผนการของเขาจึงได้ตามไป เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีเข้ามาใกล้ อวิ๋นฮวารีบร้อนกล่าวขึ้น “กันนางเอาไว้! ข้าจ่ายด้วยราคาทั้งหมดที่มี กันนางเอาไว้!”
แม้ว่าพวกเขาจะถูกพิษ แต่ทว่าก็ยังสามารถพอที่จะฝืนรั้งมู่เฉียนซีที่เป็นระดับราชาเอาไว้ได้
หนานเชาตะโกนขึ้น “ใต้เท้าอวิ๋น ไม่เอา! ข้ายังไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ”
“พลังวิญญาณบนตัวข้านั้นไม่ไหว มีไม่พอ…”
อวิ๋นฮวาในตอนนี้นั้นไม่ได้มีความอดทนมากเท่าไหร่นัก เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “เจ้านี่พูดไร้สาระมากความจริง ๆ!”
เขาหิ้วหนานเชาขึ้นไปบนแท่นบูชา ทันทีที่กระบี่เล่มยาวเริ่มขยับ มันก็ได้กรีดบนบาดแผลที่หนานเชาได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วจนเป็นแผลลึกเห็นกระดูก
“อ๊าก!” หนานเชาร้องออกมาปานว่าหัวใจแหลกปอดฉีกอย่างไรอย่างนั้น อวิ๋นฮวาช่างใจเหี้ยมเสียจริง แผลที่ลึกเช่นนี้หากไม่รักษาให้ดี มือของเขาคงได้พิการเป็นแน่
เลือดสดไหลไปที่ปากทางเข้าของแท่นพิธีอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่รู้ว่าเลือดไหลออกไปเท่าไรแล้ว แต่แท่นพิธีนั้นกลับไม่มีการตอบสนองแม้แต่น้อย
การสูญเสียของผู้อาวุโสแห่งสำนักอวิ๋นเยียนนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ อวิ๋นฮวากล่าขึ้นอย่างเย็นชาว่า… “เจ้าเป็นสวะก้อนหนึ่งจริง ๆ!”
ใบหน้าของหนานเชาที่เสียเลือดมากเกินไปซีดเผือด เขากล่าวขึ้น “ข้า… ข้าไม่ไหวแล้วจริง ๆ ใต้เท้าอวิ๋น ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ!”
“แค่ก ๆ ๆ” อวิ๋นฮวาโบกมือ เขาโยนยาเม็ดหลายเม็ดเข้าไปในปากของหนานเชา
ไม่