ิ๋นฮวามืดครึ้มลง “จักรพรรดิเซี่ย เจ้าเองก็มีชีวิตรอดมาจนถึงที่นี่ด้วยรึ ? แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ามาทำลายเรื่องดี ๆ ของข้า”
จากนั้น คนของสำนักอวิ๋นเยียนก็ได้ต่อสู้กับกลุ่มคนของจักรพรรดิเซี่ย
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ให้พวกเขาสู้กันไป พวกเราไปกันดีกว่า” กล่าวจบเงาร่างสีม่วงวิ่งพุ่งเข้าไปในทางลับที่แท่นพิธี
อวิ๋นฮวาสบถขึ้นทันที “เจ้ามันสมควรตาย!”
จักรพรรดิเซี่ยพึมพำกับตนเอง “ช่างไร้ยางอายเสียจริงที่ทิ้งข้าไว้เช่นนี้!”
— ตูม! —
ขณะที่ด้านบนนั้นต่อสู้กันอย่างมิอาจปลีกออกมาได้ มู่เฉียนซีก็เดินลงไปเสียแล้ว
บันไดในขั้นแรกนั้นไม่รู้ว่าจะต้องเดินต่อไปอีกนานเท่าไรถึงจะสิ้นสุด รอบด้านมืดเสียจนมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้าของตนเอง เมื่อเดินไปได้สักพัก ที่ด้านหน้าก็ปรากฏประตูราง ๆ ขึ้นสามบาน
ประตูทั้งสามรูปทรงเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน มู่เฉียนซีต้องเลือกแล้ว นางกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “อู๋ตี้ เสี่ยวหง พวกเจ้าคิดว่าควรเลือกประตูบานไหนดี ?”
เสี่ยวหงกล่าวว่า “ข้าเชื่อว่านายท่านจะต้องเลือกได้บานที่ดีที่สุดแน่นอน”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน” อู๋ตี้กล่าวสำทับ
มู่เฉียนซียกมือขึ้น “อืม… ประตูที่ด้านซ้ายก็แล้วกัน”
— ปัง —
เมื่อมู่เฉียนซีสัมผัสประตูบานนั้น นางก็รู้สึกได้ถึงพลังที่ดึงนางเข้าไป นางเหมือนได้เข้าไปในโลกที่เคลือบไปด้วยแก้ว และมีเสียงส่งออกมาจากเครื่องจักรกลไก
เสียงนั้นกล่าวว่า “กระดูกอายุสิบหกปี