่สำนักอวิ๋นเยียนบอกว่าขอเจอข้า ถึงตอนนั้นพวกเขาจะแจ้งข้าเอง” แต่สิ่งที่เขาหวังจริง ๆ นั้นก็คืออยากจะพานางกลับไปยังสำนักด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้นางเป็นคนไปที่สำนักเอง
ถึงอย่างไรแล้ว หนทางในการเดินทางไปยังหุบเขามรณะนั้นยังอีกยาวไกล และเขาก็ยังมีเวลาที่จะอยู่กับสาวน้อยผู้นี้อีกนาน
เนื่องจากหนานอินต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหยุดพักผ่อนกันต่อที่นี่
อวิ๋นฮวานั้นไม่ยอมให้มู่เฉียนซีเดินทางไปโดยลำพังแน่นอน และมู่เฉียนซีเองก็รู้ดีว่าหลังจากที่ความสามารถของนางถูกเปิดเผย เจ้าหมอนี้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะพานางกลับไปสำนักอวิ๋นเยียนให้ได้
รอให้ไปถึงหุบเขามรณะ เมื่อไหร่ที่พวกเขาได้ของที่ต้องการแล้ว ตอนจะกลับ เกรงว่าคงจะต้องถึงเวลาเปิดศึกต่อสู้กันแล้ว
หนานอินมองมู่เฉียนซีวยสายตาที่อาฆาตแค้นอย่างไร้ที่เปรียบ แทบจะอยากฉีกเนื้อหนังมังสานางออกมาเป็นชิ้น ๆ
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “องค์หญิงหนานอิน ไม่อยากมีดวงตาเอาไว้แล้วมองแล้วหรือไง? ”
หนานอินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจ้ามันเป็นอำมหิต ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่อวิ๋นชอบเจ้าไปได้ยังไง”
อวิ๋นฮวากล่าว “อินอิน เจ้าพูดให้น้อย ๆ หน่อย ในเมื่อแผลของเจ้าเริ่มหายดีแล้ว งั้นเราก็ออกเดินทางกันต่อเถอะ! ”
หนานอินได้ยินคำพูดนี้ก็ก้มหน้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจพลางพยักหน้าตอบรับ
จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางกันต่อ เมื่อหนานอินได้เห็นฝีมือความแข็งแกร่งของมู่เฉี