ากับข้า ข้าไม่อยากจะนึกผลลัพธ์เลยจริง ๆ”
อวิ๋นฮวาน่าจะอายุมากกว่าท่านอาเล็ก น้ำเสียงที่เขากล่าวกับนางนั้นเหมือนผู้ใหญ่ที่ตามใจเด็ก แต่ทว่าดวงตาของเขานั้นช่างดูเจ้าเล่ห์ มันทำให้เขาดูป็นคนมีเจตนาไม่บริสุทธิ์เอาเสียเลย มิใช่ว่ามู่เฉียนซีนั้นไม่รู้ มองเพียงปราดเดียวนางก็รู้แล้ว
มู่เฉียนซี “ข้ายังกลับไปไม่ได้ ข้าจะไปยังหุบเขามรณะ”
หนานอินหัวเราะทันที “ฮ่า ๆ ๆ ลำพังเจ้าเพียงคนเดียวยังคิดที่จะไปหุบเขามรณะ พี่ใหญ่อวิ๋น ท่านปล่อยให้นางไปตายผู้เดียวเถิด”
“ช่างเป็นเด็กสาวที่ดื้อรั้นเสียจริง เจ้าจะไปทำอะไรที่หุบเขามรณะกันเล่า ?”
“ท่านอาของข้าป่วย ข้าต้องการสมุนไพรวิญญาณชนิดหนึ่ง นั่นคือดอกบัวกำเนิดเก้าวิญญาณ” มู่เฉียนซีได้กล่าวถึงดอกบัวที่มีอยู่บนหุบเขามรณะออกมา
อวิ๋นฮวา “พวกข้าต้องการหาดอกไม้มาบำรุงผิวหน้าให้แก่อินอินพอดี ถ้าหากแม่นางไม่รังเกียจ สามารถร่วมเดินทางไปกับพวกเราได้ เช่นนี้แล้วก็จะปลอดภัยขึ้นไม่น้อย”
หนานอินโกรธกเกรี้ยว นางรีบตะโกนออกมาว่า “ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด ข้านั้นไม่อยากที่จะร่วมเดินทางไปกับหญิงผู้นี้”
นางนั้นไม่อยากให้หญิงผู้นี้ใกล้ชิดสนิทสนมกับอวิ๋นฮวาเลยจริง ๆ
“เหอะ! แสร้งทำตัวเป็นดี ประเดี๋ยวไม่โกงก็ขโมย!” เสี่ยวหงพึมพำอยู่ในมิติพันธสัญญา
มีชายชราผู้เป็นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าผู้หนึ่งคอยปกป้องอยู่อย่างลับ ๆ นั้นถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากก็จริง แต่นายท่านมีพวกเขาคอยปกป้