ฉียนซี “เจ้าคิดว่าตอนนี้แคว้นแคว้นหนึ่งสามารถคุกคามต่อตระกูลมู่ของข้าได้หรือ ? เช่นนั้นตระกูลมู่ของข้าก็จะไม่กลัวเจ้า ประการหลักคือเจ้าต้องเป็นฮ่องเต้ที่ดี ทำให้ประชาชนอยู่กินทำงานอย่างมีความสุข อย่างไรเสียตอนนี้ข้าก็หาตัวเลือกอื่นไม่พบ”
ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าว “ในเมื่อผู้นำตระกูลมู่มั่นใจในตระกูลมู่มาก เช่นนั้นตำแหน่งฮ่องเต้นี้ข้ารับไว้ อย่างไรเสียก็เป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกว่า”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นตกตะลึง ขณะที่มู่เฉียนซีไม่เข้าใจ แต่ว่าเขานั้นเข้าใจ น้องเจ็ดตั้งใจจะกล่าวออกมาเช่นนั้น
ตั้งแต่เล็กจนโต เขาติดตามซวนหยวนหลี่ซางมาโดยตลอด และไม่มีเรื่องขอบัลลังก์เลย
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “ทั้งหมดนี่ก็เรียบร้อยแล้ว อย่าได้ให้ตาแก่พวกนั้นมากวนใจข้าอีก น่ารำคาญจะตายไป”
“เฉียนซีวางใจได้เลย”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นช่วยให้ซวนหยวนหลี่เทียนขึ้นครองราชย์ ถึงแม้ว่าจะมีคนมากมายไม่พอใจ แต่ในเมื่อผู้นำตระกูลมู่ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาจะกล้าว่าอะไรได้ ?
ถึงแม้ว่าอาณาเขตของแคว้นจื่อเยี่ยจะขยายใหญ่ออกไปแล้ว เมืองหลวงก็ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม ส่วนเรื่องพื้นที่ด้านนอกนั้นก็ค่อย ๆ ปรับแต่งจัดการไป ตอนนี้ได้นำเรื่องนี้มอบให้จวนไป๋กั๋วกงดูแลไปก่อน
……
“ศาลาเลือนรางเก้าชั้น ไสหัวของเจ้าออกมา!” จิ่วเยี่ยปรากฏต่อหน้ามู่เฉียนซีราวกับภูตผี กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมา