ดวงตาของโอวหยางหว่านฉายแววความสับสนออกมาอยู่บ้าง นางกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “ในใต้หล้านี้ไม่มีชายผู้ใดเทียบได้กับเฟิงอวิ๋นผู้เป็นจักรพรรดิมาแต่กำเนิด ความรักของข้ามีเพียงแต่เขา เจ้านั้นนับเป็นตัวอะไรข้านั้นขยะแขยง!”
มิเพียงแต่ซวนหยวนจือที่ถูกรังเกียจ ฉินป้าเองก็ถูกรังเกียจเช่นกัน
แววตาของฉินป้าหม่นหมอง สตรีผู้นี้เปลี่ยนง่ายเหมือนดอกไม้ที่ปลิวตามลมและสายน้ำที่เปลี่ยนทิศทางง่ายดาย รอให้เขาได้เป็นใหญ่ในใต้หล้าก่อนเถอะ เช่นนั้นคงจะทำให้ในใจนางมีเพียงแค่เขาผู้เดียว
วันต่อมา กองทัพแคว้นชิงยังคงไม่พบหนทางที่จะเข้าโจมตีพวกแคว้นจื่อเยี่ย
ฉินป้าเรียกทหารองค์รักษ์ของเขากว่าสามพันนายมาเตรียมตั้งท่า ทหารองค์รักษ์สามพันนายนั้นยังไม่เพียงพอให้องครักษ์เงาแห่งตระกูลมู่ทั้งเก้าสิบกว่าคนได้เล่นสนุกกันถ้วนหน้า แต่ทว่าเขากลับนำกำลังมาอย่างไม่กังวลใจ เช่นนี้แสดงว่าคงต้องมีแผนการบางอย่างแล้วเป็นแน่แท้ มู่เฉียนซี “ชิงอวิ๋น พาทหารถอยไป ข้ากับองค์ครักษ์เงาจะไปรับศึกเบื้องหน้า”
“มิได้!” “มิได้!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นและซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
“อันตรายเกินไป พวกนั้นมีปัญหาอย่างแน่นอน” ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
“หญิงวิปริตผู้นั้นอันตรายนัก” ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวเสียงดัง
มู่เฉียนซี “ไม่เป็นไร ข้าสามารถล่าถอยออกไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”
ฉินป้านำทหารชั้นเยี่ยมมาสามพันนาย ขณะที่ทางฝั่งมู่เฉียนซ