่กับเฉียนซี เจ้าจะว่าอย่างไร ?”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจเล็กน้อย “ขะ… ข้า… ข้าไม่รู้เรื่องกลศึก”
“แต่ตอนนี้เจ้าเป็นศูนย์รวมจิตใจให้กับทหารได้ดีที่สุด” ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าว
แม่ทัพเยวี่ย “ข้าก็คิดเช่นนั้น ตอนนี้ทัพของเราไม่ขาดคนสั่งการ แต่ขาดผู้นำที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทหาร”
“ก็ได้ เช่นนั้นข้าจะเป็นผู้นำชั่วคราวก่อนก็ได้”
……
เช้าวันรุ่งขึ้น แคว้นชิงยกทัพมาโจมตีตั้งแต่เช้าตรู่ โชคดีที่มู่เฉียนซีเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ได้ทัน และแล้วศึกรบก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ทหารของแคว้นชิงไม่เหมือนครั้งก่อน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นหุ่นเชิดที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
ต่อให้พวกแคว้นจื่อเยี่ยมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง แต่ทหารของแคว้นชิงไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น พวกเขาวิ่งออกมาด้านหน้าทีละแถวเพื่อปิดช่องโหว่และเตรียมป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะเดียวกันฉินป้าตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “ฆ่ามัน!”
“โอวหยางหว่านสตรีน่ารังเกียจใช้กู่ควบคุมทหารมากมาย นางบ้าคลั่งโดยแท้” มู่เฉียนซีพึมพำก่อนจะออกคำสั่ง “สกัดเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรต้องสกัดเอาไว้ให้ได้”
“สกัดเอาไว้ให้ได้!”
ตราบใดที่สกัดเอาไว้ได้และรอให้กองกำลังสมทบมาถึง เช่นนั้นก็ยังพอมีหวัง
“ผู้นำตระกูล ข้าน้อยมาสาย ต้องขออภัยด้วยขอรับ” ในที่สุดมู่อีและคนอื่น ๆ ก็มาถึงแล้ว
ร่างชุดม่วงพุ่งพรวดไปที่มู่อี มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มู่อี พวกเจ้าตามข้ามา”
โอวหยางหว่านเห็นมู่เฉีย