มู่เฉียนซีโอบแขนไปรอบคอเขา และได้ประทับตราไว้ “งั้นข้าทำเช่นนี้ เจ้าพอใจไหม ?”
“ไม่พอใจ”
“อุ๊บ…!”
จุมพิตอย่างผิวเผินเช่นนั้น เขาจะพอใจได้อย่างไรกัน เขายังต้องการมากอีกหน่อย
ทั้งสองพัวพันกัน ยิ่งพัวพันกันลึกซึ้งก็ยากที่จะแยกจากกัน
ดวงสุริยาค่อย ๆ ลับขอบฟ้าลงไปในทะเล จิ่วเยี่ยก็ได้ปล่อยมู่เฉียนซีไปในที่สุด เขากล่าวทิ้งท้าย “ซีระวังตัวด้วย”
เงาร่างของจิ่วเยี่ยหายไป มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “พวกเราก็รีบกลับไปยังแคว้นจื่อเยี่ยเร็วเข้า”
ในแคว้นซูรื่อ ผู้นำตระกูลมู่ได้ใช้เงินทองไปจํานวนมากเพื่อซื้อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่บินได้เร็วที่สุด และรีบไปที่เมืองชางเฟิงเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่เทือกเขาชีชง
เมื่อมาถึงเมืองชางเฟิง นางก็ได้รับข่าวหนึ่ง
“ท่านผู้นำ พวกข้าได้ตรวจสอบข่าวทางตะวันตกของทวีปเซี่ยโจวแล้ว ตอนนี้คนของสำนักไป๋กู่ทางตะวันตกของทวีปเซี่ยโจวได้เข้าควบคุมแคว้นชิงอย่างสมบูรณ์ และเวลานี้กําลังให้แคว้นชิงบุกโจมตีแคว้นจื่อเยี่ย แคว้นจื่อเยี่ยกำลังตกอยู่ในอันตรายขอรับ”
“ซวนหยวนจือ ฮ่องเต้แห่งแคว้นจื่อเยี่ยได้ออกศึกเอง องค์ชายสามซวนหยวนชิงอวิ๋นและองค์ชายซวนหยวนหลี่เทียนก็ได้ออกรบเช่นกัน
ในครั้งนี้ แคว้นจื่อเยี่ยทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะต้านทานศัตรู
ใบหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปอย่างมาก “ข้าจากไปไม่นาน แคว้นจื่อเยี่ยก็ได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้ว ตามข้ามา”
ด้วยเพราะมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามอย่างเสี่