ผลสุดท้ายคนที่ลงมือช่วยเมื่อครู่ก็หายวับไปโดยที่ไม่แม้แต่จะทักทายกันสักคำ ช่างน่าแปลกเสียจริง
ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับศัตรูได้ ทว่าจิตสังหารในมิติแห่งนี้กลับยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกมาก
ดวงตาเย็นชาคู่นั้นสบกับดวงตาสีเขียวสุกใส ฉับพลันทันใดประกายไฟและจิตสังหารสาดกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ
“เอามาให้ข้า” อาถิงยังคงดื้อรั้น
“ไม่ได้!” จิ่วเยี่ยกล่าวโดยไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นใจใด ๆ
บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดขึ้นมา มู่เฉียนซีดึงตัวอาถิงไว้ นางกล่าวว่า “อาถิง เจ้าอย่าได้หุนหันพลันแล่น หรือเจ้าลืมบทเรียนจากการต่อสู้ครั้งใหญ่กับจิ่วเยี่ยแล้วว่ามันทำให้เจ้าต้องหลับใหลไปนานเช่นนี้ ?”
อาถิงมองมู่เฉียนซีอย่างไม่สบอารมณ์ “ดูเหมือนว่าช่วงที่ข้าหลับใหล เจ้ากับบุรุษผู้นี้เข้ากันได้ดีมากขึ้น เจ้านั้นเห็นแก่ตัว! เขาเป็นผู้มีพันธสัญญากับเจ้าหรือว่าข้าเป็นผู้ที่มีพันธสัญญากับเจ้า”
มู่เฉียนซีถึงกับกล่าวคำใดไม่ออก ทว่านางก็รู้สึกเริ่มโกรธ “ข้าอยู่ข้างเขา ได้! เช่นนั้นข้าจะอยู่ข้างเขา เจ้าสู้กับเขา! หากเจ้าถูกเขาลงมือสังหาร ข้าจะไม่รับผิดชอบเก็บศพเจ้า”
เวลานี้เอง มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น “ยาหยีเจ้าเก่งมาก! พวกเขาสองคนหึงหวงเจ้าแล้วจะสู้ประมือกัน ไม่เสียทีที่เจ้าเป็นสตรีผู้เป็นที่รักของข้า”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีหม่นคล้ำ “ตาข้างไหนของเจ้าเห็นพวกเขาทะเลาะกันเพราะหึงหวงข้ารึเจ้าหม้อบ้า! อ้อ และเจ้าจงเรียกชื่อข้า หรือไ