่อเรื่องด้วยอารมณ์และต้องหลับใหลไปอีกครั้งก็เท่านั้น”
ได้ฟังคำมู่เฉียนซี อาถิงจึงระงับอารมณ์เกรี้ยวกราดของตนเอง
“จิ่วเยี่ย มิใช่ว่าเจ้ามีเรื่องที่จะต้องให้อาถิงช่วยหรอกรึ ?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ศาลาเรือนรางเก้าชั้น เจ้าไม่ใช่คู่ต้อสู้ของข้า”
“เจ้า!” อาถิงกัดฟัน “เจ้าอย่าได้ใจไปนักเลย หากข้าอยู่ในสถานะขั้นสูงสุด เจ้าจะตายอย่างไรก็ยังไม่อาจรู้”
“เจ้ากับข้า ไปกล่าววาจากันตามลำพังตรงอื่น”
“ตามลำพัง” อาถิงชะงักไป “ได้ ข้าเองก็มีเรื่องที่จะสนทนากับเจ้า”
สิ้นเสียงอาถิง เงาร่างทั้งสองหายไปต่อหน้ามู่เฉียนซี มู่เฉียนซีนั้นกลัวจริง ๆ ว่าพวกเขาทั้งสองจะสู้กันขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขานั้นดื้อรั้นนัก นางไม่อยากจะสนใจแล้ว นางยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ
“ตลอดชีวิตนี้ ในเมื่อข้านั้นเป็นผู้ที่ทำพันธสัญญากับเจ้าแล้ว รอเมื่อข้ากลับถึงบ้านเมืองข้า เจ้าจะต้องถอนพิษให้กับท่านอาเล็กของข้า” นางกล่าวกับหม้อเทพนิรันดร์
หม้อเทพนิรันดร์ “พิษโบราณที่เจ้ากล่าวถึงนั้นมันไม่แน่นอน ข้าเกรงว่าเราจะต้องพบคนที่โดนพิษเข้าถึงจะได้รู้ข้อมูลมากขึ้น และยาแก้พิษนั่น เจ้าจะต้องเป็นคนหลอมปรุงมันด้วยตนเอง”
“ข้า…” ด้วยความสามารถของนางในวันนี้นั้น มิอาจที่จะแน่ใจได้เลยว่าจะสามารถหลอมปรุงยาระดับนั้นออกมาได้
“แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้า! ข้านั้นเพิ่งจะตื่นขึ้นมา พลังของข้าเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนนั้นยังห่างไกลอ