การที่ได้เจอกับเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนเช่นนี้ สำหรับเขาแล้วคงไม่ใช่เรื่องดี หวงฝูอวี้หันไปขยิบตากับมู่เฉียนซีเพื่อบอกเป็นนัยว่าให้นางรีบหนีไป
นางไม่ใช่คนของหอการค้าอันดับหนึ่ง พวกเขาจึงไม่ต้องการดึงนางเข้ามาเกี่ยวข้องกับความแค้นระหว่างหอการค้าอันดับหนึ่งกับสำนักอวิ๋นเยียนในครั้งนี้ พวกเขานั้นไม่ต้องการดึงมู่เฉียนซีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่ามู่เฉียนซีมีความคับแค้นส่วนตัวกับสำนักอวิ๋นเยียน
ทันใดนั้นเอง สตรีในชุดสีเขียวกระโดดออกมา กล่าวด้วยใบหน้าถมึงทึง “มู่เฉียนซี ในที่สุดข้าก็เจอเจ้าจนได้ เจ้ามันสมควรตาย!”
ในที่สุดอวิ๋นฮุ่ยก็ได้มารวมตัวกับกลุ่มของท่านพ่อของนางอีกครั้ง เวลานี้นางหาตัวมู่เฉียนซีพบแล้ว ครั้งนี้นางจะต้องแก้แค้นมู่เฉียนซีให้ได้
“ท่านพ่อ เป็นมัน มันเกือบจะฆ่าข้าตาย ท่านพ่อต้องแก้แค้นให้ข้านะเจ้าคะ” อวิ๋นฮุ่ยกล่าววิงวอนเจ้าสำนักอวิ๋น
ในตอนนี้เอง สายตาของเจ้าสำนักอวิ๋นเลื่อนไปมองมู่เฉียนซีอย่างนิ่งสงบ เขาปริปากกล่าวอย่างเชื่องช้า “ชะชะช้า! หลานสาวของมู่อวู่ซวง อายุสิบหกปีทว่าเป็นถึงราชาแห่งภูตระดับหนึ่ง ความสามารถเจ้าไม่เลว เจ้าสนใจเข้าร่วมกับสำนักอวิ๋นเยียนของข้าหรือไม่ ?”
มู่เฉียนซียิ้มเย้ยหยัน “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าท่านอาของข้าเป็นใคร แล้วข้าจะเข้าร่วมกับสำนักอวิ๋นเยียนของเจ้าได้อย่างไรกันเล่า ?”
เจ้าสำนักอวิ๋นกล่าวอย่างไม่พอใจ “เจ้าโอหังไม่ต่างอะไรกับมู่อวู่ซ