สึกไม่ดีแม้แต่น้อยที่ตนเองเป็นถึงเจ้าสำนักสำนักนิกายระดับหนึ่งแล้วมาต่อสู้กับเด็กสาวอ่อนวัยผู้ที่เพิ่งจะบรรลุภาวะการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้ เด็กสาวผู้นี้เป็นผู้ที่ดื้อรั้น มีพรสวรรค์อันน่าทึ่งไม่เหมือนคนรุ่นเดียวกัน หากนางไม่ยอมมาอยู่รับใช้เขา นางก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่บนผืนพสุธานี้อีกต่อไป
การต่อสู้ครั้งนี้อวิ๋นฮุ่ยไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้แต่อย่างใด องครักษ์ของนางสองคนปกป้องนางอยู่และคอยกันให้นางถอยหนี แต่เมื่อนางเห็นท่านพ่อของตนต่อสู้กับมู่เฉียนซี นางก็รู้สึกสะใจ
สัตว์พันธสัญญาของนางทั้งสองกำลังชุลมุนอยู่กับผู้อาวุโสที่เป็นจักรพรรดิแห่งภูต เวลานี้ท่านพ่อกำลังต่อสู้กับนางอยู่ ถึงอย่างไรวันนี้นางก็ต้องตาย นางนั้นมั่นใจเต็มสิบส่วน
“บัดซบเอ๊ย!” หวงฝูอวี้โกรธมากเมื่อเห็นเจ้าสำนักอวิ๋นกำลังต่อสู้กับมู่เฉียนซีอย่างดุเดือดไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น
“เจ้าสำนักอวิ๋น เจ้าเป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักนิกายระดับหนึ่ง ข้านึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจ้าจะรังแกแม้กระทั่งสตรีอายุน้อยตัวเล็ก ๆ ได้!”
“แล้วอย่างไรเล่า ?” เจ้าสำนักอวิ๋นไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
หวงฝูอวี้อยากจะเข้าไปช่วยมู่เฉียนซี แต่เขากลับโดนคนของสำนักอวิ๋นเยียนเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน แต่ต่อให้เขาเข้าไป เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าสำนักอวิ๋น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าเช่นนี้ มู่เฉียนซีคิดจะหนีก็ไม่อาจหนีไปได้ นางจึงตัดสินใจเอาเม็ดยาวิญ