ตอนนั้นนางหลบหนีกลับไปยังสํานักอวิ๋นเยียน เพื่อไม่ให้บิดาลงโทษ นางจึงไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้นและผลักทุกอย่างให้ราชาไป๋กู่
ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้ส่งคนไปโจมตีตระกูลมู่ในแคว้นจื่อเยี่ย เหตุผลแรกเพราะกลัวว่าคนของสํานักจะรู้ ส่วนเหตุผลที่สองคือชายผู้นั้นน่ากลัวเกินไป นางไม่อาจที่จะล่วงเกินได้
แต่ใครเลยจะคิดว่าหลังจากผ่านไปสามเดือน สตรีผู้นี้กลับปรากฏตัวต่อหน้านางอีกครั้ง
องครักษ์ข้างกายอวิ๋นฮุ่ยกล่าว “คุณหนูรองขอรับ พวกข้ารับคําสั่งจากคนเพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งคือท่านเจ้าสํานัก สองคือคุณหนูใหญ่ขอรับ”
องครักษ์เหล่านี้แข็งแกร่งมาก เพียงแค่คนเดียวก็สามารถฆ่าสตรีตรงหน้านี้ได้ แต่พวกเขากลับไม่ฟังนาง อวิ๋นฮุ่ยโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา “หากพวกเจ้าไม่ลงมือ เช่นนั้นข้าจะลงมือเอง”
คราก่อนนางเป็นเพียงปรมาจารย์ภูตระดับต่ำเท่านั้น ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป นางก้าวหน้าไปได้มากโดยได้เลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ภูตระดับเก้า อวิ๋นฮุ่ยมั่นใจว่าตนมีความสามารถเหลือเฟือที่จะต่อกรกับสตรีชุดม่วงผู้นั้นได้
คิดแล้วก็ไม่รอช้า กวัดแกว่งกระบี่ยาวและโจมตีมู่เฉียนซีอย่างดุดัน
การโจมตีของปรมาจารย์ภูตระดับเก้านั้นไม่ได้อันตรายสําหรับมู่เฉียนซีเลย นางยกมือขึ้นอย่างเกียจคร้านพลางกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ผนึกมังกรวารี!”
เมื่อพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีระเบิดออกมา อวิ๋นฮุ่ยพลันรู้สึกไม่ดี
พลังวิญญาณของราชาแห่งภูตและการโจมตีข