ูลเล็ก ๆ นั่นของเจ้าด้วย”
— ปัง! —
ฉับพลันทันใดพลังความแข็งแกร่งพุ่งตรงไปยังอวิ๋นฮุ่ยและปะทะเข้ากับใบหน้าของอวิ๋นฮุ่ย ร่างของนางลอยกระเด็นไปด้านหลัง ใบหน้าเล็กงดงามพลันปรากฏรอยบวมแดงขนาดใหญ่ให้เห็น
“อ๊า!” อวิ๋นฮุ่ยร้องโหยหวน จากนั้นก็เอามือปิดหน้าบวมแดงของตนเอง ปากก็กรีดร้อง “นางบ้า! เจ้ากล้าต่อยหน้าข้าจนบวม ข้าขอสู้ตายกับเจ้า!”
ทว่าหลังจากที่นางลุกขึ้นมา นางกลับไม่กล้าเข้าใกล้มู่เฉียนซี สตรีชุดม่วงผู้นี้ทําให้นางรู้สึกถึงอันตรายที่มากเกินไป และสิ่งที่น่าผิดหวังกว่านั้นคือองครักษ์ที่แข็งแกร่งข้างกายนาง กลับมองนางถูกทุบตีอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ช่วยอะไรเลย
— ปัง! —
ไม่นานหมัดอีกหมัดก็พุ่งเข้ามา
มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อว่า “คุณหนูรองอวิ๋นน่าจะชอบให้สมดุลกันสักหน่อย ดังนั้นข้าจึงจัดให้เจ้าอีกหนึ่งหมัด”
ดวงตาของอวิ๋นฮุ่ยแดงก่ำ นางกลืนเม็ดยาเม็ดหนึ่งแล้วกล่าวอย่างเหี้ยมโหด “เจ้าชั่วช้า เจ้าบีบบังคับข้า บีบบังคับข้ามาก! วันนี้ข้ากับเจ้าไม่ตายไม่หยุดสู้!”
หลังจากที่นางกลืนยาเม็ดนั้นลงไป พลังก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับเก้าของราชาแห่งภูต และพลังวิญญาณก็พร้อมบดขยี้มู่เฉียนซีอย่างสมบูรณ์
เมื่อความแข็งแกร่งของอวิ๋นฮุ่ยเพิ่มมากขึ้น อวิ๋นฮุ่ยก็มั่นใจในตัวเองทันที สตรีชุดม่วงผู้นี้มาจากตระกูลเล็กๆเท่านั้น ไหนเลยจะเหมือนกับนางที่มีสถานะสูงส่งและมียาที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ ?
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย ไม