้น”
“อืม”
“ข้าสงสัยสตรีผู้หนึ่ง ทันทีที่นางมาถึงเมืองเหยียนตู คนของสำนักอวิ๋นเยียนก็ตายทันที”
ฮ่องเต้แคว้นอิ๋นเหยียนกล่าวถามขึ้น “ซวงซวง คนผู้นั้นเป็นใครรึ ? แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใดกัน ?”
“นางอยู่ที่…”
กล่าวจบอิ๋นซวงซวงก็กล่าวต่ออีกว่า “เสด็จพ่อ สตรีผู้นั้นมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างมาก อีกทั้งนางยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามเป็นสัตว์พันธสัญญา เกรงว่าเราต้องแจ้งให้ผู้อาวุโสสำนักย่อยทราบ จะได้ร่วมมือกันจัดการกับนางได้”
“อืม” ฮ่องเต้ตอบรับบุตรสาว เขาไม่ยอมให้ยอดฝีมือของราชสำนักเป็นเป้ากระสุนปืนใหญ่อยู่แล้ว
…
มู่เฉียนซีที่กำลังพักผ่อนอยู่ในเวลานี้ลืมตาโพลงขึ้นมา นางรู้สึกได้ว่ามียอดฝีมือระดับจักรพรรดิกำลังใกล้เข้ามาซึ่งเป็นภัยอันใหญ่หลวงต่อนาง หรือว่าจะมีคนรู้ข่าวของเสี่ยวชีแล้ว
เป็นไปไม่ได้! นอกเสียจากว่าเจ้าบ้าเชียนอ้าวเซี่ยผู้นั้นจะเปิดเผยความลับนี้ออกไป
เมื่อเชียนอ้าวเซี่ยได้ทราบข่าว เขาก็รีบวิ่งเข้าไปบอกมู่เฉียนซีอย่างตระหนกตกตื่น “เสี่ยวซีซีเจ้ารีบออกไปจากแคว้นอิ๋นเหยียนเร็วเข้า ไม่รู้ว่าสำนักอวิ๋นเยียนรู้ข่าวมาจากที่ใดจึงได้พายอดฝีมือมามากมายเช่นนี้”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะกล่าวถามขึ้น “พวกนั้นมาได้อย่างไรกัน ?! เจ้าเป็นคนปล่อยข่าวรึ ?”
เชียนอ้าวเซี่ยรีบปฏิเสธทันควัน “ข้าเปล่านะข้าเปล่า!”
“หากไม่ใช่เจ้า เช่นนี้เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ”
ในใจเชียนอ้าวเซี่ยรู้สึกงุนงงเล็กน