“เสี่ยวซีซี เจ้าเรียกข้าว่าคุณชายเซี่ย ข้าคิดว่านั่นดูห่างเหินมากเกินไป เรียกข้าว่าเซี่ยก็พอแล้ว” เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แม้แต่ชื่อเต็มของเจ้า เจ้ายังไม่บอกข้าเลย นี่นับว่าไม่ห่างเหินรึ ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“ขะ ข้า…”
“นั่นก็เป็นเพราะว่าข้าอยากให้มันมีความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาต่างหากเล่า” เชียนอ้าวเซี่ยยิ้มอย่างเขินอาย
มู่เฉียนซีไม่ได้สนใจอะไรเขา นางเดินต่อไปเรื่อย ๆ การที่เจ้าคนน่ารำคาญผู้นี้ไม่บอกชื่อเต็ม คงเพราะกลัวว่าจะเป็นการเปิดเผยตัวตนเป็นแน่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีพลังวิญญาณมาตั้งแต่กำเนิด ชอบกระทำตนเป็นเจ้าบ้าก่อเรื่องวุ่นวาย แต่มู่เฉียนซีก็รู้สึกว่าการรับมือกับเขานั้นไม่ง่ายเลย
เมื่อออกมาจากรอยแยกนี้ได้ ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็ได้กลิ่นหอมของบุปผาโชยมา
ดอกบัวสีขาวราวหิมะดอกหนึ่งบานสะพรั่งอยู่บนหิมะที่ดูบริสุทธิ์ตรงหน้านาง การมาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยว นางไม่นึกเลยว่าจะเจอเข้ากับดอกบัวผลึกน้ำแข็งเก้าชั้นที่นี่
เชียนอ้าวเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังมู่เฉียนซีเดินเข้ามาใกล้นาง “เสี่ยวซีซี ของล้ำค่าเช่นนี้ต้องมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ปกป้องอยู่แน่ ๆ เจ้าอย่าทำอะไรผลีผลามเด็ดขาด!”
“เรื่องนั้นข้ารู้ดี”
อู๋ตี้เสี่ยวหง สองสัตว์พันธสัญญากล่าวขึ้นว่า “นายท่านให้พวกเราลองลงมือดูก่อนเถอะ”
“อืม”
“อู๋ตี้ ความเร็วของเจ้าน่าเกรงกลัวยิ่งนัก ลองเข้าไปดูก่อน! หากรู้สึกถึงอันตรายก็รีบออกมาให้เร็วท