โปรดแต่งงานกับข้าได้หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีแสยะยิ้ม เกิดเรื่องน่าขันอะไรขึ้น ?
มีบุรุษกล้ามาขอนางแต่งงานกลางถนนหนทางเช่นนี้…
บุรุษที่อยู่ตรงหน้าของนางผู้นี้ มีใบหน้าที่ทำให้สตรีทั่วทั้งใต้หล้าต้องโอดครวญกับตนเอง ใบหน้าของเขาราวกับเทพที่อยู่กลางแดนหิมะก็มิปาน ช่างละเอียดลออ ไร้ซึ่งตำหนิอันใด
แต่ทว่านั่นคือการมองข้ามท่าทางที่โง่เง่าของเขาไป รูปงามเช่นนั้นแต่กลับเป็นคนบ้าบอ ช่างน่าเสียดายใบหน้านั้นเสียจริง
มู่เฉียนซีหลบไปก่อนจะกล่าวขึ้นมา “ขอโทษด้วย ข้านั้นมีคู่หมั้นแล้ว”
เดิมทีจิ่วเยี่ยที่คอยซุ่มลอบดูเหตุการณ์อยู่นั้นหมายจะทำให้ชายผู้เป็นดั่งเทพหิมะกลายเป็นผงกระดูกสีขาวไป แต่เมื่อได้ยินคำตอบของมู่เฉียนซีสตรีผู้เป็นที่รัก จิตสังหารของเขาหายไปอย่างฉับพลัน
แม้จะรู้ว่านางนั้นกล่าวออกมาเพื่อเป็นเพียงข้ออ้าง ทว่าในก้นบึ้งหัวใจของเขากลับรู้สึกชื่นชอบ
“ที่แท้ใจของแม่นางคนงามมีเจ้าของแล้ว” บุรุษชุดขาวผู้นี้ที่เหมือนดั่งเช่นเทพหิมะคอตกประหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง
มู่เฉียนซีได้หันหลังให้พร้อมจะจากไป นางเองก็ไม่อยากที่จะมาติดพันกับคนแปลกประหลาดผู้นี้ ทว่าสุดท้ายชายผู้นี้กลับวิ่งตามขึ้นมา เขากล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “เจ้ารอข้าก่อนแม่นางคนงาม แท้จริงแล้วข้าไม่ได้รังเกียจเลย ฆ่าคู่หมั้นผู้นั้นของเจ้าเสียก็จบแล้ว และเจ้าก็จะสามารถกลับมาเป็นโสดได้ จากนั้นก็แต่งงานกับข้า”
.