ตามสะดวก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าร่วมกับกลุ่มนักปรุงยาพันธมิตร มู่เฉียนซีไม่สามารถหาบันทึกเกี่ยวกับหม้อเทพนิรันดร์ในห้องตำราของพันธมิตรได้ ดูเหมือนว่านางต้องจัดการเรื่องบางเรื่องอีกสักหน่อย ก็ถึงเวลาที่จะต้องไปจากเมืองชางเฟิงแล้ว
ขณะที่มู่เฉียนซีกําลังครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะเข้าใกล้สำนักอวิ๋นเยียนนั้น อวิ๋นอี๋ก็ได้มาหานางโดยเข้ามากล่าวว่า “ท่านพี่ซี ท่านพ่อของข้าได้ยินมาว่ากลุ่มนักปรุงยาพันธมิตรของเรามีอัจฉริยะนักปรุงยาอย่างท่านมาเข้าร่วม จึงอยากจะพบท่านพี่สักหน่อยเจ้าค่ะ”
ในตอนนั้นที่อวิ๋นอี๋รู้ว่านางเป็นเพียงผู้ที่สามารถปรุงยาได้ ทว่ามิใช่นักปรุงยา นางดูหมิ่นต่าง ๆ นานาและต้องการจะแย่งชิงหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ไป แต่เวลานี้นั้น เมื่อมู่เฉียนซีได้เปลี่ยนสถานะเป็นนักปรุงยาแล้ว อวิ๋นอี๋ก็ตามติดนางประหนึ่งเป็นกาวหนังสุนัข สีหน้าท่าทางของคุณหนูใหญ่ผู้นี้เปลี่ยนไปได้ไวกว่าการพลิกหน้าหนังสือเสียอีก
เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีนั้นไม่สนใจ อวิ๋นอี๋จึงกล่าวด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย “ท่านพี่ ผู้อาวุโสที่เจ็ดของสำนักอวิ๋นเยียนแห่งสักนิกายระดับหนึ่งยังอยู่ที่จวนของข้า ถ้าหากว่าเขาชอบในพรสวรรค์การปรุงยาของท่านพี่แล้วละก็ เขาอาจจะพาท่านพี่ไปที่สำนักอวิ๋นเยียนและถ่ายทอดวิชาให้ท่านพี่อย่างให้ความสำคัญก็เป็นได้” ดวงตาของมู่เฉียนซีส่องประกายมืดสลัวออกมา ที่แท้อวิ๋นอี๋มีความคิดเช่นนี้อยู่นั่นเอง
อวิ๋นอี๋