ให้พวกมันคิดอยากที่จะฆ่าตัวตาย
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เอาล่ะ อย่าเปลืองแรงไปเลย ยังไม่รู้เลยว่าข้างในนี้จะมีอะไรอีกบ้าง พวกเจ้าพอก่อนเถอะ”
หากอักษรที่เขียนบนกระดาษโบราณนั้นไม่มีปัญหาอะไรละก็ ที่นี่ก็คงจะเป็นสถาณที่ที่ปรมาจารย์ฝึกสัตว์ผู้นั้นหล่นลงมา
เสี่ยวหงและอู๋ตี้กล่าวออกมาพร้อมกัน “นายท่านระวัง!”
ในที่มืดมิดแห่งนี้ มู่เฉียนซีหยิบเอาไข่มุกราตรีออกมาพร้อมจุดไฟ ทำให้รอบบริเวณนั้นสว่างขึ้นมา ห้องหินนี้เย็นเป็นอย่างมาก พวกเขาเดินมาจนสุดทางจึงได้พบเข้ากับประตูบานหนึ่งเบื้องหน้า
ประตูบานนี้มีกลไกซับซ้อนอย่างมาก หากคิดที่จะเปิดมัน… ไม่ง่ายเลยที่จะเปิดได้
อู๋ตี้กล่าวขึ้น “คนผู้นั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์หรือว่าเป็นผู้รู้ด้านกลไกกันแน่ สร้างกลไกไว้มากมายเช่นนี้มิใช่ว่าทำให้นายท่านต้องลำบากรึ ?”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน ผู้ฝึกสัตว์!
ไม่ว่าจะเป็นนักปรุงยาหรือผู้ฝึกสัตว์ พลังจิตเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน
มือของมู่เฉียนซีแตะบนประตูนั้น นางเพ่งสมาธิของตนเองอย่างตั้งใจ
— แกร๊ก! —
ประตูบานนี้เปิดออกจริง ๆ ยิ่งมู่เฉียนซีใช้พลังจิตเพ่งลงไปเท่าไร มันก็ยิ่งเปิดกว้างมากขึ้นเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าประตูบานนี้จะเป็นการทดสอบขั้นต้น ข้านั้นแน่ใจแล้วว่าที่แห่งนี้เป็นที่ที่ปรมาจารย์ฝึกสัตว์ผู้นั้นหล่นลงมา”
จากนั้นนางเดินก้าวใหญ่ไปที่ประตูดังกล่าว ในตอนนี้เองก็ปรากฏเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมา
“ข้าเก็บมรดกของข้าไว้ที่นี่… ถึง