บห้าแล้ว!
หลังจากที่ได้ทะลวงพลังวิญญาณเป็นปรมาจารย์ภูตระดับห้าสำเร็จ มู่เฉียนซีก็สิ้นสุดการฝึกพลังความแข็งแกร่งที่ลานประลองยุทธ์ใต้ดินแห่งนี้ทันที นางขอให้เฟิงหลิงอวิ๋นจัดหาสถานที่เงียบสงบให้กับนาง แล้วให้เสี่ยวชี อู๋ตี้ และเสี่ยวหงเฝ้าเอาไว้ จากนั้นนางก็เริ่มทำการหลอมปรุงยา
“นายท่าน เจ้าตะกละชิงอิ่งนั่นก็ไม่อยู่ นายท่านจะปรุงยามากมายเช่นนั้นทำไมกันหรือ ?” อู๋ตี้กล่าวถามด้วยความฉงนสงสัย
มู่เฉียนซี “ชิงอิ่งยังไม่ตื่น ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ต้องใช้ยา”
มู่เฉียนซีหลอมยาระดับหนึ่งจนถึงยาระดับแปด อีกทั้งยังมียาแผนปัจจุบันอีกนับไม่ถ้วน ต่อมาก็เป็นยาพิษ
ยาพิษมากมายหลายแขนงที่มู่เฉียนซีหลอมปรุงออกมา ทำให้อู๋ตี้ขนลุกเล็กน้อย
หลังจากที่มู่เฉียนซีตระเตรียมของเหล่านี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิงหลิงอวิ๋นก็มาหานางและบอกกับนางว่าอวิ๋นปู้หลัว เจ้าสำนักแห่งสำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียนนั้นมาหานาง
ประกายแสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี ไม่ทราบว่าสำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียนนี้คิดจะทำการใด
อวิ๋นปู้หลัวมองชายหนุ่มนัยน์ตาเขียวและเดินเข้ามา ด้วยรูปงามอย่างหมดจดนี้ทำให้ผู้คนหลายคนไม่กล้าจ้องเขาตรง ๆ
ช่างเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีใครเทียบได้อย่างแท้จริง
.