หญิงสาวที่บ้าคลั่งเยี่ยงหมาบ้าเช่นนี้ ใครเลยจะคาดคิดว่านางเป็นคุณหนูใหญ่สำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียน
นางกับคุณหนูทั้งสองของสำนักอวิ๋นเยียน หากเปรียบเทียบกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นสำนักเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูใหญ่สำนักย่อยอยู่ดี
มู่เฉียนซีมองใบหน้านางก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คุณหนูอวิ๋น เจ้าน่าจะบอกข้าตั้งแต่แรกว่าเจ้าเป็นคุณหนูใหญ่สำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียน” น้ำเสียงของมู่เฉียนซีแฝงไปด้วยความเสียดาย
อวิ๋นอี๋กล่าวอย่าลำพองใจ “เหอะ! ตอนนี้เจ้ารู้สถานะของข้าแล้ว คิดจะเอาใจข้ามันก็สายเกินไปแล้ว ใครใช้ให้เจ้าตาถั่วโง่งมไม่รู้ความเช่นนี้เล่า ?”
เฟิงหลิงอวิ๋นผงะไปครู่หนึ่ง ตลอดหนทางที่เดินทางออกมาจากเทือกเขาชีชงกับคุณชายมู่ซี เขารู้ดีว่าคุณชายมู่ซีผู้นี้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก ไม่ยอมจำนนต่อผู้ใดง่าย ๆ
แล้วคำกล่าวนี้ของเขาหมายความอย่างอย่างไรกัน ?
ร่างของมู่เฉียนซีเคลื่อนไหวรวดเร็วราวภาพกะพริบ ทักษะการฝึกวิชาย่างก้าวพันเงาของนาง นับวันนางยิ่งพัฒนา นับวันนางยิ่งเก่งกาจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเหล่านั้นยังไม่ทันตอบสนองใด ๆ เข็มยาเข็มหนึ่งของมู่เฉียนซีก็ปักเข้าที่คอของอวิ๋นอี๋เสียแล้ว
“เสียดาย… ช่างน่าเสียดายอย่างแท้จริง หากก่อนหน้านี้ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนของสำนักอวิ๋นเยียน ข้าก็คงจะฆ่าเจ้าให้ตายอยู่ในเทือกเขาชีชงแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเข้ม ลมหายใจถี่