ล้วรึ ?”“ข้าต้องการฝึกฝน ต้องการแข็งแกร่งขึ้น หากคนของสำนักอวิ๋นเยียนพยายามลงมือสังหารข้า นั่นก็เท่ากับเป็นแรงผลักดันให้ข้าได้แข็งแกร่งเร็วขึ้น”อย่างไรเสียนั่นก็เป็นสิ่งที่นางรอคอย นางหวังว่าคนสำนักย่อยของสำนักอวิ๋นเยียนจะลงมือกับนางอย่างไม่ยั้งมือ เพื่อจะทำให้นางกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น และถูกผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนางทำลายลงมุมปากของเฟิงหลิงอวิ๋นกระตุกเล็กน้อย เขาลอบกล่าวด้วยเสียงอันเบา “เสี่ยงอันตราย วิปริต บ้าคลั่ง วู่วาม…”มู่เฉียนซี “หากจะแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องยอมแลก ข้ารู้ระดับของตัวเองดี”…ราตรีกาลผ่านพ้นไปหนึ่งคืน หลังจากที่นอนพักผ่อนแล้ว มู่เฉียนซีก็ให้เฟิงหลิงอวิ๋นไปส่งที่ลานประลองยุทธ์ใต้ดินขณะที่มู่เฉียนซีเข้าไปในลานประลองใต้ดิน คนที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ส่งข่าวให้กับคุณหนูใหญ่อวิ๋นอี๋ทันทีอวิ๋นอี๋กล่าวอย่างตื่นเต้น “เหอะ! โง่งมนัก ช่างเป็นผู้ที่ไม่รู้จักความเป็นความตายเอาเสียเลย นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาจะมาที่ลานประลองใต้ดินแห่งนี้ รอให้เขาถูกทรมานจนตายที่ลานประลองนี้ก่อนเถอะ ข้าผู้นี้จะสมน้ำหน้าเขาเป็นคนแรก”.
“ลานประลองยุทธ์ใต้ดิน”
มู่เฉียนซีอึ้งงัน “ลานประลองยุทธ์ใต้ดิน… เสี่ยวชี เจ้าเคยไปแล้วรึ ?”
“อืม น่าจะประมาณเจ็ดแปดปีก่อนกระมัง”
เวลานี้หลิงอวิ๋นมองเสี่ยวชีราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาดก็มิปาน ไปลานประลองเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ครานั้นเขาอายุเท่าไหร่กัน ?!
มู่เฉียนซีเอง นางก็ไม่คิด