เสียงดังสนั่นหวั่นไหวลอยมา ร่างกายของอู๋ตี้พลันเปลี่ยนไป
แมวสีขาวตัวใหญ่ตัวนั้นดูเหมือนจะมีพลังที่น่ากลัว อู๋ตี้กล่าวอย่างเย็นชา “หากเจ้ากล้าต่อกรกับนายท่านของข้า ก็จงอย่าได้วิ่งหนีข้าในตอนนี้ซี่!”
อู๋ตี้ระเบิดพลังแห่งการทำลายล้างออกมา คนฝั่งศัตรูนั้นจนปัญญาจึงเปิดอาวุธวิญญาณระดับปฐพีเพื่อป้องกันการโจมตีของอู๋ตี้
— ปัง! —
อาวุธวิญญาณที่ไว้ใช้ป้องกันชิ้นนั้น นับว่าได้ปกป้องชีวิตของอวิ๋นอี๋เอาไว้ ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิก็ได้พานางหนีไปไกลเสียแล้ว
ด้วยสถานะของอวิ๋นอี๋ นางถูกโจมตีถึงสองครั้งแต่กลับทำได้เพียงวิ่งหนี ทั้ง ๆ ที่ฝั่งตรงข้ามมีเพียงแค่คนระดับจอมภูตเพียงผู้เดียว ช่างน่าละอายเสียจริง
คนพวกนี้หนีได้เร็วมาก ไม่นานนักก็ไม่เห็นเงาแล้ว
ดวงตาของมู่เฉียนซีแฝงประกายเย็นชาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “อย่ามายั่วยุข้าอีกจะดีที่สุด จำไว้” หลังจากผ่านพายุนี้ไปได้ มู่เฉียนซีและเสี่ยวชีก็เดินทางผ่านเทือกเขาชีชงอีกครั้ง เส้นทางที่พวกเขาเลือกนั้นถือเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในเทือกเขาชีชง จึงไม่ได้เจอกับสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งมากนัก
พวกเขาข้ามผ่านดินแดนสองในสามส่วนของเทือกเขาชีชงและได้มาถึงเขตแดนของแคว้งชางแล้ว
— เปรี๊ยะ! —
เปลวไฟลุกโชนขึ้นในความมืด จากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ทางพวกเขา
เมื่อพวกเขามาถึงที่ด้านหน้ามู่เฉียนซี ในตอนที่พวกเขาเห็นเด็กหนุ่มสองคน แววตาของเขาผู้นั้นเต