กร้ายผู้นั้นหันไปมองหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นราวกับเห็นคนรักในความฝันก็มิปาน นางกล่าวด้วยความตื่นเต้น “อ๊า! หม้อยานั่นไม่เลวเลย ข้าชอบ เจ้าบอกราคามา ข้าจะซื้อมัน”
“ไม่ขาย” น้ำเสียงของมู่เฉียนซีเริ่มเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้าไม่ใช่นักปรุงยาเสียหน่อย หากหม้อยานี้อยู่กับเจ้ามีหวังต้องเสียหายเป็นแน่ เจ้าทำให้มันเลอะฝุ่นเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรกับมันแล้วรึ ?”
“ตอนที่ข้าอายุสิบห้าปี ข้าก็ได้เป็นนักปรุงยาระดับต่ำแล้ว ข้ามีพรสวรรค์สูงส่ง ข้าเท่านั้นที่จะเหมาะสมกับหม้อยานี้”
“เจ้าเหมาะสมรึ ?” มู่เฉียนซีมองสตรีปากร้ายผู้นั้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางแสยะยิ้มและมองด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงอันตราย
บุรุษหนุ่มชุดขาวที่ยืนข้างสตรีผู้นั้นรับรู้ได้ว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้าที่ใบหน้างามอย่างไร้คำบรรยายผู้นี้ก็เป็นนักปรุงยาเช่นกัน จะบอกว่าเป็นเพียงปรมาจารย์ภูตมาเดินลัดเลาะที่เทือกเขาชีชงนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
เขาดึงสตรีชุดชมพูไว้ก่อนจะกล่าวเสียงเครียด “ศิษย์น้อง ช่างเถอะ อย่าไปใส่ใจเลย”
ทว่าสตรีชุดชมพูผู้นี้ไม่มีท่าทีจะยอมลดละ “แต่หม้อยาเหล่านั้นที่ท่านอาจารย์ให้ข้าไม่มีหม้อใดที่ถูกใจข้าเลย ข้าอยากได้หม้อใบนี้”
“หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญทองคำ จะขายหรือไม่ ?” สตรีชุดชมพูใช้เงินล่อมู่เฉียนซี
“เหอะ ๆ หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญทองคำงั้นรึ ? กระจอกจริง ๆ” มู่เฉียน