มู่เฉียนซีดื่มอย่างมีความสุข แต่หลังจากดื่มเสร็จ นางก็รู้สึกว่าในหัวของนางนั้นว่างเปล่า
เกิดอะไรขึ้น ? ยาที่จะต้องได้ผลดีกลับไม่ได้ผลเสียแล้วรึ ?
แย่แล้ว!
เมื่อเห็นมู่เฉียนซีจะกระโดดลงจากกำแพงเมืองไปอย่างโซซัดโซเซ จิ่วเยี่ยรีบช้อนร่างนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดและพานางลงไปด้านล่าง
ดวงตาดำที่ดูสดใสเปลี่ยนสีไป ทันใดนั้นมู่เฉียนซีใช้แรงผลักจิ่วเยี่ยออก เพียงผลักจิ่วเยี่ยออกไปนั้นยังไม่พอ มู่เฉียนซียังดันร่างเขาจนแผ่นหลังของเขาไปชนชิดติดอยู่กับกำแพงเมือง
เวลานี้ในหัวของมู่เฉียนซีนั้นปลดปล่อยทุกสิ่งออกมา นางยื่นมือออกมาบีบสองข้างแก้มของจิ่วเยี่ยก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า “จิ่วเยี่ย เจ้าช่างบัดซบยิ่งนัก เจ้าชอบทำหน้าตาเย็นชาและจริงจัง เจ้าทำอะไรให้มันดี ๆ สักหน่อยไม่ได้เลยรึ ? ดีแต่แกล้งดีแต่รังแกข้า”
“เจ้าคิดจริงรึว่าข้านั้นรังแกได้ง่าย ข้าสามารถจดจำเรื่องความแค้นได้ดีอย่างยิ่ง รอข้าฝึกฝนจนแข็งแกร่งกว่าเจ้าได้ก่อนเถอะ ข้าจะทวงคืนทั้งต้นทั้งดอกกลับมาให้หมดเป็นแน่”
จิ่วเยี่ยนั้นไม่ใช่ผู้ที่ขาดทุน และยังชอบที่จะเพิ่มจำนวนหนี้ที่ต้องชดใช้อย่างมากมายหลายเท่า
เพียงแต่ว่าตอนนี้จิ่วเยี่ยนั้นแข็งแกร่งกว่านางมาก นางไม่สามารถที่จะต่อกรด้วยได้ แต่การล้างแค้นแม้ผ่านไปสิบปีก็ยังไม่สาย
จิ่วเยี่ยมองสตรีผู้ดุดันที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นมู่เฉียนซีก็เข้ามาโอบเขาไว้ นางทั้งกัดทั้งขบริมฝีปากบาง