“จิ่วเยี่ย เจ้า…” มู่เฉียนซีตกตะลึง
“ข้าบอกแล้วว่าก่อนที่ศาลานิรันดร์จะตื่นขึ้นมา ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงต่ำตามเคย
“เจ้า… พูดจริงรึ ?”
“เจ้าคิดว่าข้านั้นเป็นบุรุษที่ชอบกล่าวสิ่งใดแล้วคืนคำหรือ ?”
“แต่ว่าข้าอยากฝึกเพียงลำพัง ข้าจะต้องผ่านเทือกเขาชีชง”
จิ่วเยี่ยแข็งแกร่งเกินไป หากว่าเขาไปกับนาง เช่นนั้นบรรดาสัตว์วิญญาณแห่งเทือกเขาชีชงก็จะไม่กล้าเข้ามาก่อกวน หากเป็นเช่นนั้นนางจะไม่สามารถฝึกฝนอะไรได้เลย
“ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า ข้าจะไม่ลงมือ นอกจากเจ้าแล้วจะไม่มีใครหรือสัตว์วิญญาณตัวใดมองเห็นข้า”
จิ่วเยี่ยนั้นรวดเร็วเสียยิ่งกว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มู่เฉียนซีใช้เวลาเพียงไม่นานนักก็เข้าสู่เขตเมืองฉู่แห่งแคว้นชวน
หลังจากได้เข้ามายังจุดที่ใกล้ถึงประตูเมือง ร่างของจิ่วเยี่ยก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเข้าสู่สภาวะล่องหน ทว่ามู่เฉียนซีนั้นรู้ได้ว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่นางอยู่เลย
มู่เฉียนซีเดินตรงไปยังเมืองฉู่ ที่แห่งนี้เป็นเมืองชายแดนและเป็นด่านของฝั่งตะวันตกจึงมีพ่อค้าและนักผจญภัยจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เมื่อเทียบกับเมืองจื่อตูและเมืองหลวงแคว้นชิงที่มู่เฉียนซีเคยได้ไปมา ที่แห่งนี้นับว่าเจริญและครึกครื้นกว่ามาก
หลังจากที่เข้าสู่เมืองฉู่แล้ว นางไม่ได้หยุดพักอยู่ที่นี่เพื่อซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในการออกไปผจญภัยหรือทำเรื่องอื่นใด นางได้เตรียมสิ่งเหล่านั้นไว้พร้อมแต่แรกแล้ว
ส่ว