นและเจ้าสำนักชางเยี่ยต่างรู้สึกกระวนกระวายใจ พวกเขารีบกล่าวว่า “นายท่าน พวกข้า… พวกข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“ใช่! นายท่านโปรดอธิบายด้วย พวกข้าเข้ามาในแดนลึกลับไม่เคยสังหารใครมาก่อน จะมีก็แต่สัตว์วิญญาณเท่านั้น”
ชายชราชุดขาวกล่าว “ข้าเป็นผู้อาวุโสที่สองของสํานักอวิ๋นเยียน สํานักนิกายระดับหนึ่ง พี่ใหญ่ของข้าพาลูกศิษย์มาฝึกฝนที่ทางตะวันตกของพวกเจ้า แต่กลับคิดไม่ถึงว่าป้ายชีวิตของพี่ใหญ่ของพวกเราในสํานักจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ และเจ้าสํานักของพวกข้ามีวิธีลับในการมองเห็นว่าเป็นเจ้าสํานักของสํานักซวนปิงที่ฆ่าพี่ใหญ่ของข้า”
ทุกคนตะโกนออกมาทันทีว่า “ว่าอย่างไรนะ ?! เจ้าสํานักซวนปิงสังหารผู้อาวุโสสูงสุดของสํานักอวิ๋นเยียนแห่งสํานักนิกายระดับหนึ่งรึ ?!”
“เจ้าสํานักซวนปิงคงไม่ได้บ้าไปแล้วกระมัง แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของสํานักอวิ๋นเยียนแห่งสํานักนิกายระดับหนึ่งยังกล้าสังหาร!”
ผู้อาวุโสที่สองกล่าวว่า “วันนี้ข้ามาที่ชนบทห่างไกลความเจริญก็เพื่อล้างแค้นให้พี่ใหญ่ของข้า ในเมื่อเจ้าสํานักซวนปิงซ่อนตัวอยู่ในดินแดนลึกลับทางตะวันตกและไม่กล้าออกมา เช่นนั้นสํานักซวนปิงก็ไม่จําเป็นต้องมีอยู่ต่อไป”
“ส่วนพวกเจ้า…”
สายตาที่ดุร้ายของผู้อาวุโสผู้นี้จับจ้องมาที่พวกเขา เจ้าสํานักชางเยี่ยรีบพยายามจะปัดความเกี่ยวข้อง เขากล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไม่ได้สนิมสนมกับพวกซวนปิ