ชิงอิ่งยังคงหมดสติอยู่ มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้นว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ามีวิธีที่จะทําให้ชิงอิ่งฟื้นขึ้นมาหรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยเป็นผู้ที่ลึกลับอย่างที่สุด และเขาเองก็ไม่ใช่คนระดับเดียวกันกับนาง เขาย่อมเข้าใจเรื่องเหล่านี้มากกว่า
แม้ว่าชิงอิ่งจะเป็นหุ่นเชิดรบสำหรับต่อสู้ แต่นางกลับไม่เคยรู้สึกว่าชิงอิ่งเป็นหุ่นเชิดรบที่ไร้ชีวิตจิตวิญญาณ นางไม่ยอมที่จะปล่อยให้เขานั้นหลับใหลไปตลอดกาลเหมือนดั่งท่อนไม้จริง ๆ ท่อนหนึ่งแน่นอน
สายตาของจิ่วเยี่ยจับจ้องไปที่ร่างของชิงอิ่ง ดวงตาเย็นยะเยือกคู่นั้นฉายแววตื่นตะลึง เขากล่าว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นตัวอะไรกันแน่ ?”
มู่เฉียนซีอึ้งงัน “ว่าอย่างไรนะจิ่วเยี่ย ? แม้แต่เจ้าก็ยังไม่รู้ว่าชิงอิ่งคืออะไรกันแน่รึ ?” จิ่วเยี่ย “ร่างกายของเขาดูเหมือนหุ่นเชิด แต่ทว่ามิใช่หุ่นเชิดโดยสมบูรณ์ทั้งหมด ภายในร่างกายของเขามีกลิ่นอายแห่งชีวิตเจืออยู่เล็กน้อย กลิ่นอายแห่งชีวิตนี้แปลกนัก”
ชิงอิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดจริง ๆ นางต้องการให้เขาฟื้นขึ้นมาทว่ากลับไม่มีหนทางใดให้นางเลือกใช้เลย
“เมื่อพลังชีวิตในร่างกายของเขาเพียงพอที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมา เขาจะตื่นขึ้นมาเอง เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล”
“เช่นนั้นก็ดี” แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเพียงใด นางยังคงรู้สึกปีติยินดี
เวลานี้ชิงอิ่งกลายเป็นร่างไร้ชีวิตราวกับท่อนไม้ เช่นนั้นแล้วมู่เฉียนซีจึงสามารถนำตัวเขาเข้าไปไว้