้ามาได้เพียงสามคน ระดับราชาหกคน และผู้เป็นลูกศิษย์วัยหนุ่มสาวอีกสิบคน
เมื่อเขาต้องเผชิญกับชายชุดเขียวที่มีพลังพอ ๆ กันกับเขา และยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อีกสองตัว หากคิดที่จะฆ่าเด็กสาวมู่ผู้นี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายแม้แต่น้อย
เขารู้สึกเสียใจภายหลังเข้าให้แล้ว หากรู้แต่แรกว่าสาวน้อยมู่ผู้นี้มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์สองตัว เขาคงไม่เลือกที่จะลงมืออย่างแน่นอน
เจ้าสำนักซวนปิงร้องตะโกน “ฆ่าเด็กสาวคนนั้นซะ! ฆ่านาง!”
ต้องรีบฆ่าเจ้าของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ให้ตายตกไป มิเช่นนั้นแล้วสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไม่เป็นผลดีสำหรับพวกเขา
“ฮิ ๆ ๆ พวกเจ้าเพียงไม่กี่คนคิดที่จะทำร้ายนายท่านของข้า ฝันไปเถอะ!” เสี่ยวหงหัวเราะอย่างเย็นชา มันพุ่งเข้าไปกันท่าศัตรูระดับจักรพรรดิผู้หนึ่งไว้ ขณะเดียวกันอู๋ตี้เองก็ได้ขวางอีกผู้หนึ่งเอาไว้เช่นกัน
กล่าวตามตรง คนของสำนักซวนปิงเหล่านี้เมื่อเทียบกับสำนักหมอเทวดาแห่งสำนักนิกายระดับสองแล้ว ช่างห่างชั้นกันมากนัก พวกมันนั้นได้ร่วมต่อสู้กับผู้เป็นนายในการสู้กับกลุ่มคนของสำนักหมอเทวดาอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนคนเหล่านี้ ไม่ต้องคิดว่าจะสามารถต่อกรได้
เหล่าผู้ที่เป็นระดับราชานั้นได้ถูกกวาดล้างไปสิ้น ส่วนผู้ที่เป็นระดับจักรพรรดิก็ได้ถูกขวางเอาไว้
ในวันนี้ผู้ที่สามารถจะต่อกรกับมู่เฉียนซีได้มีเพียงลูกศิษย์ของบางสำนักที่เป็นปรมาจารย์ภูตเท่านั้น
เมื่อเห็นอาจารย์อาถูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของ