— ตูม! —
การโจมตีของซูเชิ้งทำลายเกราะป้องกันของมู่เฉียนซีได้
มู่เฉียนซีหลบหลีกการไล่ล่าของกระบี่อย่างรวดเร็ว ทว่ากระบี่เล่มนั้นกลับไล่ตามนางอย่างสุดชีวิต
ซูเชิ้งรู้ว่าความเร็วของมู่เฉียนซีมีขีดจำกัด ตราบใดที่ตามนางทัน เขาก็สามารถเอาชนะนางได้ และในขณะเดียวกันนั้น กระบี่สนิมปรากฏขึ้นกลางอากาศสกัดกั้นกระบี่เล่มนั้นของซูเชิ้งเอาไว้
— ปัง! —
เกิดเสียงดังสนั่นลั่นพสุธา พื้นเวทีการประลองใต้เท้าของทั้งสองปริแตกไปในทันใด
แทบทุกผู้คนผงะไปชั่วขณะ มองไปบนเวทีการประลอง เห็นหญิงสาวในชุดม่วง ในมือนางถือกระบี่ที่เต็มไปด้วยคราบสนิมกำลังจะหัก ช่างให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครดีแท้!
กระบี่ของนางนั้นดูทรุดโทรมยิ่งนัก มีเพียงปลายกระบี่เท่านั้นที่ส่องแสงสีแดงเข้ม ส่วนอื่นของกระบี่ดูชำรุดทรุดโทรมทั้งหมด
ซูเชิ้งยิ้ม กล่าวว่า “ศิษย์น้อง หากสำนักเฟินเทียนของเจ้าไม่มีกระบี่ดี ๆ ใช้ ศิษย์พี่อย่างข้าให้เจ้ายืมใช้ก่อนก็ได้ เจ้าจะได้ไม่ต้องเอากระบี่ซอมซ่อนี้มาต่อสู้กับข้าอย่างไรเล่า”
ฉื่อเอี้ยนแห่งสำนักอวิ๋นเยียนเห็นกระบี่ซอมซ่อของนางก็ขมวดคิ้วเป็นปม กระบี่วิเศษถึงจะคู่ควรกับหญิงงาม มิใช่กระบี่สนิมซอมซ่อเช่นนี้
ดูเหมือนว่าหลังจากจบการประลองครานี้ เขาจะต้องเตรียมดาบวิญญาณระดับสูงให้นางสักเล่มแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็น ข้าว่ากระบี่เล่มนี้เหมาะกับข้าเป็นที่สุด”
กล่าวจบร่างสีม่วงพลันกะพริบ มือข้างหนึ