้ชนะ!”
มู่เฉียนซีได้รับชัยชนะในการประลองรอบแรกของนางได้อย่างง่ายดาย ต่อมาก็เป็นการประลองรอบที่สอง
“มู่เฉียนซีแห่งสำนักเฟินเทียน พบกับ ฉาวหลินแห่งสำนักซานชิง!”
ฉาวหลินเป็นปรมาจารย์ภูตระดับสาม แต่ร่างกายของเขานั้นทั้งกำยำทั้งสูงผิดปกติ ราวกับสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์ก็มิปาน
เขาตะโกนเสียงดังกังวาน “แม่นาง ข้ายอมรับว่าพรสวรรค์ของเจ้าโดดเด่นนัก แต่ข้ามิได้ใจดีเหมือนเจ้าขยะไร้ประโยชน์อย่างสำนักซางอวี่ผู้นั้น เจ้าควรรู้เอาไว้”
มู่เฉียนซีมีหรือจะเกรงกลัว นางแค่นเสียงเย็นชา “จะเป็นอย่างไรนั้นต้องสู้เท่านั้นถึงจะรู้ มาสิ…”
— ฉัวะ! —
ฉาวหลินยกมือขึ้นชักกระบี่เล่มใหญ่ออกมาจากฝัก แกว่งกระบี่ม้วนวน ก่อเกิดลมที่รุนแรงพุ่งเข้าใส่มู่เฉียนซี
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ พลังที่แตกต่างกันถึงหนึ่งระดับ นางควรหลบหลีกการโจมตีนี้ ทว่ามู่เฉียนซีกลับไม่ได้หลบหลีกแต่อย่างใด ทั้งยังพุ่งเข้าไปหาฉาวหลินอย่างมิกลัวเกรง
ทุกผู้คนตะลึงลาน “นาง… นางบ้าไปแล้ว เหตุใดถึงไม่หลบ ?”
“รนหาที่ตายชัด ๆ!”
ในขณะที่สายลมนั้นกำกลังจะกระทบกับร่างมู่เฉียนซี ทันใดนั้นนางยกมือขึ้น ตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “โล่วิญญาณวารี!”
พลังโล่วิญญาณวารีนั้นได้สกัดกั้นการโจมตีที่อันตรายนั้นออกไป มู่เฉียนซีเคลื่อนไหวไปด้านข้าง พุ่งเข้าหาฉาวหลินและเตะเขาทันที!
ทุกครั้งที่นางโจมตี นางเน้นไปที่จุดลมปราณที่อ่อนแอของเขา
“โจมตีในระยะปร