จะแข็งแกร่งมากเพียงใด หากโจมตีโดนจุดลมปราณที่อ่อนแอที่สุดก็ไม่มีทางที่จะป้องกันเอาไว้ได้
พวกเขาเห็นว่าฉาวหลินผู้แข็งแกร่งผู้นั้นเหงื่อออกทั่วทั้งร่างด้วยเพราะความเจ็บปวด พวกเขาตกใจ รีบกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้! หญิงตัวเล็ก ๆ อายุน้อยเพียงนั้นทรงพลังมากเช่นนี้เชียวหรือ ?!”
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ฉาวหลินลุกขึ้นอย่างเขินอาย เร่งมือโจมตีมู่เฉียนซีอีกครั้ง กระบี่เล่มใหญ่หมุนไปในอากาศกลายเป็นวังวน
แต่อย่างไรก็ตาม เขาที่โดนมู่เฉียนซีโจมตีไป เวลานี้นั้นพลังของเขาหาใช่จะแข็งแกร่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว มู่เฉียนซีไม่รอช้า จู่โจมทันที “ผนึกมังกรวารี!”
“บุปผาหลั่งสายฝน!”
“วารีสะท้านสวรรค์!”
การโจมตีด้วยพลังธาตุเช่นนี้ แต่ละกระบวนท่านางไม่กลัวว่าจะสูญเสียพลังวิญญาณแม้แต่น้อย
เมื่อทุกผู้คนเห็นเช่นนี้ต่างก็ไร้คำกล่าวใด ๆ แล้ว ได้แต่ตัดพ้อ “อา… การโจมตีด้วยพลังธาตุเช่นนี้ทำให้นางใช้พลังวิญญาณไปมาก สาวน้อยผู้นี้ฝึกเคล็ดวิชาใดมากันแน่ ?”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
ผู้ที่เคราะห์ร้ายที่สุดแน่นอนว่าคือฉาวหลิน เขาต้องรับการโจมตีหลายกระบวนท่าอย่างต่อเนื่องของมู่เฉียนซีที่โจมตีไม่หยุดยั้ง เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งกายใจ และเขาไม่สามารถพยุงร่างกายของตัวเองเอาไว้ได้ ร่างของเขาจึงกระเด็นลอยออกไป
— ปัง! —
เขากลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกมู่เฉียนซีโจมตีจนกระเด็นออกไปจากเวทีประลอง ผู้ตัดสินการประลองก็ได้ประกาศขึ้นอีกครั้งว่