มู่เฉียนซีมองฮั่วอู๋จี๋ เจ้าสำนักเฟินเทียน “ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่าการแข่งขันระหว่างสำนักจะจัดขึ้นเร็วเช่นนี้”
ฮั่วอู๋จี๋ยิ้ม กล่าวว่า “มาได้เวลาพอดี”
เด็กหนุ่มที่เอ่ยปากเมื่อครู่กล่าวขึ้น “ท่านเจ้าสำนัก ข้ารู้ว่าผู้นำตระกูลมู่นั้นมีบุญคุณจากการช่วยชีวิตท่าน ทั้งนางยังมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม แต่ว่าท่านไม่อาจที่จะทำให้ข้าสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันใหญ่เพราะเหตุผลนั้นได้”
ฮั่วอู๋จี๋ “ผู้นำตระกูลมู่เหมาะสมกว่าเจ้า พาเจ้าไปเข้าชมการแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นการทดแทนให้แก่เจ้า เจ้าอย่าสร้างปัญหาให้ข้า”
ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวขึ้น “ข้าไม่ยอมรับ แม้ว่าผู้นำตระกูลมู่จะมีเงินมีอำนาจ แต่ข้าคิดว่าความแข็งแกร่งของข้ามิได้อ่อนแอไปกว่านางเป็นแน่”
มู่เฉียนซีสวนขึ้นว่า “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ เช่นนั้นข้าจะประลองกับเจ้าสักสองสามกระบวนท่า ให้เจ้าได้แพ้อย่างไร้ข้อข้องใจเป็นอย่างไรล่ะ ?”
“นั่นมัน เอ่อ…” ฮั่วอู๋จี๋มองมู่เฉียนซีอย่างเขินอาย
มู่เฉียนซีกล่าว “ประเดี๋ยวข้าจัดการเรื่องนี้เอง”
บริเวณโดยรอบนั้นมีที่ว่างอยู่ มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ลงมือ!”
“เช่นนั้น เจ้าระวังตัวแล้วกัน” เขาเอ่ยปากออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะแยกออกเป็นร่างเงาสองร่างมุ่งมาทางมู่เฉียนซี
หากพูดถึงพรสวรรค์ เขาย่อมเป็นอันดับหนึ่งของสำนักเฟินเทียนอย่างแน่นอน แต่เขานั้นทำได้เพียงอยู่ในอันดับที่สิบในสำนัก เพราะอายุของเขายังน้อย ไม่อาจจะไปสู้กับ