กร่งเช่นนี้ได้ เจ้าเก่งกาจยิ่งนัก” จวินโม่ซีกล่าวพลางยกนิ้วโป้งชมนาง
ชิงอิ่งได้ยินวาจาจวินโม่ซี พลันพ่นคำกล่าวเย็นชาออกมา “น่าเบื่อ”
กลิ่นอายและเสื้อผ้าของชายผู้นี้ทำให้จวินโม่ซีรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ในที่สุด สติของจวินโม่ซีก็กลับคืน เขาจ้องมองใบหน้าแข็งทื่อราวท่อนไม้ ทว่าดูงดงามราวเทพผู้นี้ เขาตกตะลึงและอุทานขึ้นว่า “สาวน้อย อย่าบอกนะว่าเขา ขะ… เขาคือเจ้าท่อนไม้แข็งทื่อนั่น”
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปากก่อนจะกล่าวตอบ “ใช่ เขาคือชิงอิ่ง เจ้ารู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อมากใช่หรือไม่ล่ะ ?”
จวินโม่ซี “ใช่ ช่างน่าเหลือเชื่อ มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ภายใต้หน้ากากนั่นซ่อนความงดงามมากเพียงนี้ เขารูปงามยิ่งกว่าข้าเสียอีก”
“เพียงแต่ใบหน้าที่งดงามของเขากลับไร้ความรู้สึก ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งนัก” ไม่ว่าจวินโม่ซีจะบ่นพึมพำอะไร ชิงอิ่งก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “จวินโม่ซี เจ้าพักสักหน่อยเถอะ ฟื้นตัวสักหน่อย อีกไม่นานพวกสำนักเอ้อชิงจากหุบเขาหมอเทวดาเหล่านั้นก็จะตามพวกเรามาทันแล้ว”
จวินโม่ซี “สำนักเอ้อชิง เจ้ารู้จักพวกหุบเขาหมอเทวดาด้วยรึ ? พวกนั้นตามหาตระกูลมู่เจอแล้วเช่นนั้นหรือ ? แล้วเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ?”
มู่เฉียนซี “สำนักหมอเทวดาไม่ได้หาตระกูลมู่เจอ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องขึ้นเล็กน้อย”
“ข้าได้ม้วนไม้ไผ่โบราณมาม้วนหนึ่ง” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหยิบเอา