ข้าตัดสินใจจะเข้าไปข้างในกับชิงอิ่ง”
สีหน้าหวางป๋อพลันแปรเปลี่ยน “หืม ? แม่นางมู่ พลังวิญญาณของเจ้าและสหายเจ้าไม่ถึงระดับราชา หากเข้าไปก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในที่แห่งนั้น แม่นางมู่อย่าวู่วามไปเลยดีจะกว่า”
ตลอดการเดินทาง หวางป๋อได้เอาใจนางด้วยวิธีต่าง ๆ นานา แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะแสร้งทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย
เมื่อก่อน หากเขาเอาใจใส่สักเล็กน้อย ศิษย์น้องในสำนักก็จะหลงและติดเขางอมแงม ทว่าแม่นางผู้นี้ยากที่จะได้มาอย่างแท้จริง
จนถึงตอนนี้แล้ว แม้กระทั่งมืองาม ๆ นั้นของนาง เขาก็ยังไม่ได้แตะแม้แต่ปลายเล็บ แล้วนางยังจะส่งตัวเองไปสู่ความตาย หวางป๋อไม่ยินยอมเป็นแน่แท้“ข้าตัดสินใจแล้ว เราแยกทางกันตรงนี้เถอะ ขอบใจพวกเจ้ามากสำหรับการช่วยเหลือตลอดการเดินทาง”ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะจากไป ทันใดนั้นทรายบริเวณรอบ ๆ พลันเคลื่อนไหวอย่างดุเดือด พวกเขาเห็นกลุ่มคนประมาณยี่สิบถึงสามสิบคนขี่สัตว์วิญญาณระดับต่ำพุ่งเข้ามาบนทะเลทรายและได้ล้อมรอบพวกเขาไว้บุรุษผิวสีน้ำตาลเข้ม สูงประมาณสองเมตร มือข้างหนึ่งถือกระบี่ยาวเหลือบมองพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย็น ผู้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาหัวเราะขึ้นพลางกล่าวว่า “เหอะ ๆ ๆ พี่ใหญ่ เจ้าเด็กพวกนี้ต้องเป็นผู้ฝึกตนของสำนักใหญ่ ๆ ที่ออกมาฝึกประสบการณ์เป็นแน่แท้ แกะอ้วน ๆ ทั้งนั้น ลาภปากข้ายิ่งนัก!”ศิษย์สำนักซางอวี่สีหน้าพลันแปรเปลี่ยน พวกเขาอุทานขึ้นด้วยความ