ผู้นำขุมกำลังกระจกจันทรากล่าว “เมื่อก่อนดินแดนลึกลับทางตกถูกเปิดขึ้นโดยพลังอันแข็งแกร่งมาก สำนักนิกายครึ่งระดับทั่วทั้งทางตกของเซี่ยโจวจะมาประลองฝีมือกัน จากนั้นก็มาตัดสินว่าสำนักใดได้เข้าไปในดินแดนลึกลับนั้น ขุมกำลังกระจกจันทราของพวกเราปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก เรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ตอนนี้ยังรู้ไม่แน่ชัด”
มู่เฉียนซี “สำนักนิกายครึ่งระดับเช่นนั้นรึ ? ข้าเข้าใจแล้ว”
หลังจากสนทนากับผู้นำขุมกำลังกระจกจันทราเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีกับปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินก็ออกไปจากที่นี่
ผู้อาวุโสใหญ่จิ้งเยี่ยกล่าวขึ้น “เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย ขุมกำลังกระจกจันทราของพวกเราเป็นหนี้บุญคุณต่อเขามากนัก เราต้องไม่เป็นศัตรูกับเขาเด็ดขาด อีกอย่าง หากเขามีเรื่องให้ช่วยก็ช่วยเขาให้เต็มที่อย่าได้รีรอ”
ผู้นำขุมกำลังกระจกจันทรา “ขอรับ สิ่งนี้ข้าเข้าใจดี”
เมื่อมู่เฉียนซีกับปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินกลับมาถึงสำนักตานซิน ก็ได้พบว่าสำนักตานซินนั้นถูกทำลายอย่างน่าอนาถ
ในขณะที่เจ้าสำนักตานซินเห็นร่างในชุดขาวปรากฏตัวขึ้น เขาพลันรู้สึกหวาดกลัว อกสั่นขวัญหายไปชั่วขณะ
“มู่ซี… เจ้า… เจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกรึ ?”
ผู้มีพลังวิญญาณระดับจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงสุดไปตามตัวถึงหุบเขากระจกจันทรา ต่อให้เป็นคนที่เก่งกาจเหนือมนุษย์ก็ไม่น่าที่จะหลบหนีได้
ทว่านี่…
มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยัน “เหอะ! ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักตานซินจะตกใ