มู่เฉียนซีมองเขาด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มทว่าก็ไม่ยิ้ม “ม้วนไม้ไผ่โบราณนั่นเป็นของพวกเจ้ารึ ? พวกเจ้าบอกข้ามาสิว่าในสามตระกูลยา เจ้าเป็นคนตระกูลใด ?” เมื่อถูกมู่เฉียนซีถามกลับเช่นนี้ พวกเขาต่างก็นิ่งอึ้ง กล่าวอะไรไม่ออกกันเลยทีเดียว
“เจ้าเป็นคนตระกูลจวินผู้นั้นรึ ? ไม่ใช่สิ… คนตระกูลจวินผู้นั้นต้องโตกว่าเจ้า” เขามองมู่เฉียนซีด้วยความประหลาดใจ
“คนตระกูลจวินที่เจ้าหมายถึงใช่จวินโม่ซีหรือไม่ ?”
คนเหล่านี้กล่าวถึงคนตระกูลจวินบ่อยครั้งเสียจนมู่เฉียนซีนึกฉงนสงสัยว่าคนผู้นั้นอาจจะเป็นจวินโม่ซี
เขากล่าว “เจ้ารู้จักจวินโม่ซีด้วยรึ ดูเหมือนว่าตระกูลจวิน นอกจากจวินโม่ซีแล้วยังมีคนอื่นอยู่อีก”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “หุบเขาหมอเทวดาของพวกเจ้าต้องการตามหาหม้อเทพนิรันดร์ใช่หรือไม่ ?”
“เจ้าเด็กน้อย หากวันนี้เจ้ายอมปล่อยข้าไป เราจะมาทำสัญญาร่วมมือกันตามหาจวินโม่ซีผู้นั้นกัน หากเราเอาม้วนไม้ไผ่โบราณมาจากจวินโม่ซีได้ ถึงเวลานั้นเราก็จะตามหาหม้อเทพนิรันดร์ด้วยกัน ข้ารับปากว่าจะแนะนำเจ้าให้กับท่านอาจารย์ของข้า ให้ท่านอาจารย์รับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าลองคิดดี ๆ สำนักข้าเป็นถึงสำนักระดับสอง โอกาสหอมหวานเช่นนี้ยากนักที่จะมี”
ดวงตาของมู่เฉียนซีเปล่งแสงประกายเล็กน้อย “สำนักระดับสองดูเหมือนว่าจะเป็นสำนักแข็งแกร่งมาก เช่นนั้นเจ้าลองบอกข้าสักหน่อยว่าพวกเราจะไปตามหาหม้อเทพนิรันดร์นั้นได้อย่างไร”
“ผู้อาวุโสแห่งหุบเขาหมอเทว